พี่สาวหมอสู้คดีแพ่งเรียกค่าเสียหายเพิ่มจากคดีอาญา
พี่สาวหมอสู้คดีแพ่งเรียกค่าเสียหายเพิ่มจากคดีอาญา

พี่สาวหมอสู้คดีแพ่งเรียกค่าเสียหายเพิ่มจากคดีอาญา

พี่สาวของแพทย์หญิงคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้าย ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมจากผู้ก่อเหตุ หลังจากที่คดีอาญาได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยทนายความของโจทก์เปิดเผยว่า ค่าเสียหายที่เรียกในคดีแพ่งนี้รวมถึงค่าขาดไร้อุปการะ ค่าทำศพ และค่าเสียหายทางจิตใจ รวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท

รายละเอียดคดี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะที่แพทย์หญิงวัย 35 ปี กำลังขับรถกลับบ้านหลังจากเลิกงาน เกิดถูกรถกระบะชนท้ายอย่างรุนแรงบนถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ และแพทย์หญิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คนขับรถกระบะซึ่งเป็นชายวัย 42 ปี ถูกดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปี แต่รอลงอาญา 1 ปี พร้อมคุมประพฤติ

พี่สาวของผู้เสียชีวิตกล่าวว่า คำพิพากษาในคดีอาญาไม่เป็นธรรม เพราะผู้ก่อเหตุไม่ได้รับโทษจำคุกจริง เธอจึงตัดสินใจยื่นฟ้องคดีแพ่งเพื่อให้ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่ครอบครัวต้องสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจและจิตใจ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทนายความชี้แจง

ทนายความของโจทก์ระบุว่า การฟ้องคดีแพ่งเป็นสิทธิของครอบครัวผู้เสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งไม่ขึ้นกับผลของคดีอาญา โดยค่าเสียหายที่เรียกร้องประกอบด้วย ค่าขาดไร้อุปการะซึ่งคำนวณจากรายได้ของผู้เสียชีวิต ค่าทำศพ ค่าเสียหายทางจิตใจ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี

ด้านผู้ก่อเหตุและทนายความฝ่ายจำเลยยังไม่ให้ความเห็นในเรื่องนี้ แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า ฝ่ายจำเลยอาจยื่นคำให้การและต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มุมมองทางกฎหมาย

นักวิชาการด้านกฎหมายให้ความเห็นว่า การฟ้องคดีแพ่งในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในสังคมไทย ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ แม้คดีอาญาจะสิ้นสุดแล้วก็ตาม แต่การเรียกค่าเสียหายต้องมีหลักฐานชัดเจน เช่น หลักฐานรายได้ของผู้เสียชีวิต ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล หรือค่ารักษาในกรณีบาดเจ็บ ซึ่งในคดีนี้ผู้เสียชีวิตมีอาชีพเป็นแพทย์ มีรายได้สูง จึงอาจเรียกค่าเสียหายได้เป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สมดุลระหว่างโทษทางอาญาและค่าเสียหายทางแพ่ง โดยเฉพาะในคดีที่ผู้กระทำผิดไม่ได้รับโทษจำคุกจริง ครอบครัวผู้เสียหายจึงต้องพึ่งพาการฟ้องคดีแพ่งเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมทางการเงิน

ผลกระทบต่อสังคม

เหตุการณ์นี้สร้างความสนใจในสังคมออนไลน์ โดยหลายคนแสดงความเห็นใจครอบครัวผู้เสียชีวิต และวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาคดีอาญาที่ให้รอลงอาญา ขณะที่บางส่วนมองว่าการฟ้องคดีแพ่งเป็นทางออกที่ดีสำหรับการเยียวยาความเสียหาย

ทั้งนี้ คดีแพ่งดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล คาดว่าจะมีการนัดไกล่เกลี่ยในเร็วๆ นี้ หากทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ ก็อาจยุติคดีโดยไม่ต้องสืบพยานต่อไป