ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และตำรวจท่องเที่ยว เข้าจับกุมแก๊งชาวจีนที่ปลอมแปลงเอกสารเพื่อทำวีซ่าเชงเก้น โดยมีรายได้กว่า 50 ล้านบาท ผู้ต้องหาสองคนคือ นายหลี่ หยาง (Li Yang) อายุ 31 ปี และนางสาวหวัง เสี่ยวหยู (Wang Xiaoyu) อายุ 28 ปี ถูกจับกุมที่ซุ้มในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านพระราม 9 กรุงเทพฯ
เปิดซุ้มในห้างดัง รับทำวีซ่าเชงเก้นปลอม
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายหลายรายแจ้งความว่าถูกแก๊งนี้หลอกให้จ่ายเงินเพื่อทำวีซ่าเชงเก้น แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเอกสารปลอม ตำรวจสืบทราบว่าแก๊งนี้เปิดซุ้มในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านพระราม 9 โดยอ้างว่าสามารถทำวีซ่าให้กับประเทศในกลุ่มเชงเก้นได้ โดยมีค่าบริการตั้งแต่ 30,000 ถึง 50,000 บาท
พบหลักฐานการปลอมแปลงและเงินสดจำนวนมาก
ในการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยึดของกลางได้แก่ หนังสือเดินทางปลอม 20 เล่ม ตราประทับวีซ่าปลอม 50 ดวง คอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง เครื่องพิมพ์ 2 เครื่อง และเงินสด 5 ล้านบาท พร้อมสมุดบัญชีธนาคารที่มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 50 ล้านบาท พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร กล่าวว่า "แก๊งนี้มีเครือข่ายที่ซับซ้อน มีการปลอมแปลงเอกสารอย่างแนบเนียน ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ต้องการเดินทางไปยุโรปแต่ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ"
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าทำมาแล้วประมาณ 1 ปี มีลูกค้าชาวจีนประมาณ 100 ราย สร้างรายได้รวมกว่า 50 ล้านบาท โดยใช้เทคนิคการปลอมแปลงเอกสารที่ซับซ้อน เช่น การทำตราประทับวีซ่าที่ดูเหมือนจริง และการปลอมแปลงเอกสารการเงิน เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม
ผลกระทบและแนวทางป้องกัน
การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อระบบการตรวจคนเข้าเมืองและความน่าเชื่อถือของวีซ่าเชงเก้น พลตำรวจตรี ธีรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า "ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการทำวีซ่าปลอม เพราะจะถูกดำเนินคดีทั้งผู้ทำและผู้ใช้" ตำรวจแนะนำให้ผู้ที่ต้องการทำวีซ่าติดต่อสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องโดยตรงเท่านั้น ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารปลอม ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี



