อายัด 32 ตู้คอนเทนเนอร์ ซุกตีนไก่ลักลอบนำเข้า 8.4 แสนกิโลกรัม ยังไร้เจ้าของ
เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและกรมปศุสัตว์ร่วมกันดำเนินการอายัดตู้คอนเทนเนอร์สินค้านำเข้าที่ต้องสงสัยจำนวน 32 ตู้ ภายในท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี หลังพบเบาะแสการลักลอบนำเข้าตีนไก่แช่แข็งจากประเทศกลุ่มเสี่ยงโรคระบาด โดยใช้เอกสารสำแดงเท็จและไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย
สืบสวนเชิงลึกเชื่อเป็นขาไก่แช่แข็งลักลอบนำเข้า
การดำเนินการครั้งนี้มีที่มาจากการร้องเรียนของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ที่ยื่นหลักฐานต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ตรวจสอบและอายัดตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว ล่าสุด นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้อายัดตู้สินค้าตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 จำนวน 5 ตู้ วันที่ 22 มกราคม 2569 จำนวน 26 ตู้ และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 อีก 1 ตู้ รวมเป็น 32 ตู้ เพื่อรอการตรวจสอบเพิ่มเติม โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของหรือดำเนินพิธีการทางศุลกากร
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สินค้ามีต้นทางจากประเทศมาเลเซีย น้ำหนักรวมกว่า 700,000 กิโลกรัม และจากสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกกว่า 143,000 กิโลกรัม ซึ่งรวมแล้วมีน้ำหนักมากกว่า 8.4 แสนกิโลกรัม การนำเข้าดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายศุลกากร และนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมโรคระบาดสัตว์
ยืนยันเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลัง
นายภาณุ ระบุเพิ่มเติมว่า สำหรับข้อกล่าวอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น สำนักงานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ โดยยืนยันว่าจะเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจะดำเนินการทางวินัยอย่างถึงที่สุด
ด้าน น.สพ.รัชพล อินทร์สุข รักษาการหัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรี กล่าวเสริมว่า การนำเข้าเนื้อสัตว์ทุกชนิดต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมเอกสารรับรองแหล่งที่มาและผลตรวจโรคอย่างถูกต้อง หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ กระทบความปลอดภัยผู้บริโภค และสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย
การอายัดตู้คอนเทนเนอร์ในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐในการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัยอาหารและโรคระบาดสัตว์ เจ้าหน้าที่จะติดตามผลการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



