“กรณ์” จี้รัฐบาลเร่งคดีฟอกเงินหมื่นล้าน ก่อนเส้นตาย 2 มี.ค. หวั่นปล่อยทรัพย์
“กรณ์” จี้รัฐบาลเร่งคดีฟอกเงินหมื่นล้าน ก่อนเส้นตาย 2 มี.ค. (26.02.2026)

“กรณ์” จี้รัฐบาลเร่งคดีฟอกเงินหมื่นล้าน ก่อนเส้นตาย 2 มี.ค. หวั่นปล่อยทรัพย์

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการคดีฟอกเงินมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทให้แล้วเสร็จภายในเส้นตายวันที่ 2 มีนาคม 2569 นี้ โดยแสดงความกังวลอย่างมากต่อความรัดกุมของสำนวนคดีและความเป็นไปได้ที่ทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้จะต้องถูกปล่อยคืนให้กับผู้ถูกกล่าวหา หากไม่สามารถยื่นฟ้องได้ทันเวลา

ความกังวลต่อความรัดกุมของสำนวนคดี

นายกรณ์ เปิดเผยว่า แม้จะเชื่อว่าอัยการคงไม่ปล่อยผ่านคดีดังกล่าว แต่มีเสียงกระซิบมาว่าสำนวนคดีอาจจะยังไม่รัดกุมเพียงพอที่จะส่งผลที่ควรในชั้นศาล ซึ่งนับเป็นจุดที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องซึ่งสูงถึงหมื่นล้านบาท และมีธุรกรรมอื่นๆ ที่มีพิรุธมากมายปรากฏอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

“ผมยอมรับว่าเป็นห่วงตรงนี้ และขอวิงวอนให้ท่านนายกฯ กำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมืองอย่างขยันขันแข็ง” นายกรณ์ กล่าว พร้อมย้ำว่ายังขาดผลการสืบสวนขยายผลจากหลักฐานที่ปรากฏในคดีนี้ ซึ่งรัฐบาลต้องกำชับให้มีการดำเนินการต่อไปโดยเร็ว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เรียกร้องรัฐบาลใหม่เอาจริงกับการปราบปรามทุนเทา

นอกจากความเร่งด่วนในการดำเนินคดีแล้ว นายกรณ์ ยังได้แสดงความหวังต่อรัฐบาลใหม่ว่า อยากเห็นเป็นรัฐบาลที่เอาจริงกับการปราบปรามทุนเทาอย่างจริงจัง โดยชี้ให้เห็นว่าการดำเนินคดีฟอกเงินในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของประเทศ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนต่อการต่อต้านการกระทำผิดกฎหมายในวงกว้าง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการอายัดทรัพย์สินของกลุ่มสแกมเมอร์ที่ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการอายัดไว้ และหากไม่สามารถยื่นฟ้องได้ภายในวันที่ 2 มีนาคม 2569 ซึ่งครบ 90 วันหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวการอายัดทรัพย์ ทรัพย์สินทั้งหมดอาจต้องถูกปล่อยคืน ทำให้ความพยายามในการปราบปรามการฟอกเงินต้องสูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย