ครอบครัวของนางสาวเอ (นามสมมติ) วัย 26 ปี ช่างสักสาวผู้มีความฝันอยากเรียนต่อเป็นหมอ ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อพบว่าลูกสาวถูกสามีฆ่าหั่นศพและนำไปทิ้งในป่าชายเลนพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมอย่างมาก
สามีลงมือฆ่าหั่นศพ โยนทิ้งป่าชายเลน
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ภายในป่าชายเลนบริเวณตำบลบางกะไชย อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ต่อมาสามารถระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้คือ นางสาวเอ ซึ่งเป็นช่างสักอาชีพ และได้ติดตามจับกุมสามีผู้ก่อเหตุได้ในเวลาต่อมา
สามีของผู้เสียชีวิตให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุฆ่าภรรยาด้วยความโมโหหลังจากเกิดทะเลาะวิวาทกัน จากนั้นจึงลงมือหั่นศพเป็นชิ้นส่วนแล้วนำไปทิ้งในป่าชายเลนเพื่ออำพรางคดี
ครอบครัวเผยลูกสาวเพิ่งกลับมาอยู่กับสามี
นางบี (นามสมมติ) มารดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกสาวเพิ่งกลับมาอยู่กับสามีได้ประมาณ 1 เดือน หลังจากก่อนหน้านี้เคยแยกทางกันไปพักหนึ่ง โดยลูกสาวทำงานเป็นช่างสักและมีความใฝ่ฝันอยากเรียนต่อคณะแพทยศาสตร์ แต่ยังไม่มีโอกาสได้เรียน
“ลูกสาวเป็นคนร่าเริง ขยันทำงาน ฝันอยากเป็นหมอ แต่ยังไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ ตอนนี้เสียใจมากที่ลูกจากไปแบบนี้” นางบีกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น
สังคมออนไลน์แสดงความเสียใจ
หลังจากข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ต่างแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และประณามการกระทำของสามีที่โหดเหี้ยม ขณะเดียวกันก็ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับสามีผู้ก่อเหตุในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต



