ตำรวจนครบาลจับกุมพ่อล่วงละเมิดบุตรสาวในลพบุรี อ้างหลอนจากยาเสพติด
เจ้าหน้าที่ศูนย์ยาเสพติดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ได้เข้าจับกุมนายชาย อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยกระทำแก่ผู้สืบสันดาน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยการจับกุมเกิดขึ้นที่แคมป์ก่อสร้างในพื้นที่ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
การติดตามและจับกุมผู้ต้องหา
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากมีผู้เสียหายซึ่งเป็นบุตรสาวของนายชายได้เข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม และศาลได้ออกหมายจับในวันที่ 10 มีนาคม 2569 หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและแกะรอยติดตาม จนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดานในจังหวัดลพบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ในที่สุด
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมเสพยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ก่อนก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศภายในครอบครัว โดยในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และอ้างว่าเสพยาบ้าและไอซ์ก่อนก่อเหตุ ทำให้มีอาการหลอนและขาดสติ
ผลกระทบและขั้นตอนดำเนินคดี
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและส่งต่อให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเด็กตกเป็นผู้เสียหายจากพฤติกรรมของผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
นอกจากนี้ ยังมีกรณีเกี่ยวข้องที่เกิดขึ้นพร้อมกัน โดย "ทนายแก้ว" ได้ออกมาแถลงขอโทษและยอมรับว่ามีพฤติกรรมกอดและจูบนักศึกษาอายุ 18 ปี โดยอ้างว่าคิดน้อยและขาดสติ สภาทนายความได้ออกมาแจงว่าไม่ปกป้องคนผิดและได้แจ้งความแล้วในปม "ทนายดัง" ล่วงละเมิดหญิง 18 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวในการจัดการกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสังคม
กรณีของนายชายนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงการคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดเหตุการณ์ดังกล่าวในอนาคต



