ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทำร้ายสุนัข 'มอลลี่' ราดน้ำมันจุดไฟเผา พร้อมของกลางถังน้ำมัน
จับกุมผู้ต้องหาทำร้ายสุนัข 'มอลลี่' ราดน้ำมันจุดไฟเผา

ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทำร้ายสุนัข 'มอลลี่' ราดน้ำมันจุดไฟเผา พร้อมยึดของกลางถังน้ำมัน

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2569) พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) ได้แถลงข่าวการจับกุมนายเจริญ ผู้ต้องหาในคดีทารุณกรรมสุนัขมอลลี่ ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี โดยมีการราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาจนสุนัขได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

การจับกุมและของกลางที่พบ

ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาและตำรวจภูธรภาค 9 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมกับของกลางสำคัญ ได้แก่ ถังพลาสติกสีดำ ที่ยังมีร่องรอยน้ำมันหลงเหลืออยู่ ซึ่งพบในที่เกิดเหตุบริเวณหมู่ 8 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ผู้ต้องหาให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ในช่วงดึกของคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สุนัขมอลลี่ได้เข้าไปกัดไก่ในเล้าที่เลี้ยงไว้ข้างบ้านพัก จึงเกิดความโกรธและได้หยิบไม้ไล่ตี ก่อนจะราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาสุนัขดังกล่าว

ข้อหาที่แจ้งและคำเตือนจากตำรวจ

ตำรวจภูธรเมืองสงขลาได้แจ้งข้อหากับนายเจริญในสองข้อหา ได้แก่ วางเพลิงเผาทรัพย์ และ ทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งถือเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนใจในวงกว้าง พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ยังได้ขอความร่วมมือจากประชาชนและเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ดูแลสัตว์ในครอบครองอย่างใกล้ชิด ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรืออันตรายต่อผู้อื่น พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีเมตตาต่อสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์จรจัด หากพบปัญหาสัตว์สร้างความเดือดร้อน ห้ามกระทำการทารุณกรรมโดยเด็ดขาด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เสียงสะท้อนจากองค์กรสวัสดิภาพสัตว์

นางสมคิด บุหงาชาติ ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์จังหวัดสงขลา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้ โดยขอให้ตำรวจภูธรภาค 9 ติดตามคดีทารุณกรรมสัตว์ในจังหวัดสงขลาอย่างจริงจัง เนื่องจากมีรายงานการทารุณกรรมสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีการวางยาเบื่อสุนัขในตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง ที่ทำให้สุนัขตายเป็นจำนวนมาก แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่พบสถิติการทารุณกรรมสัตว์เพิ่มขึ้นเช่นกัน

บริบทและความสำคัญของคดี

คดีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสงขลา และสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย การดำเนินคดีอย่างรวดเร็วในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความปลอดภัยและสวัสดิภาพให้กับสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรจัด ประชาชนควรตระหนักถึงความรับผิดชอบในการเลี้ยงดูสัตว์ และร่วมมือกันรายงานเหตุทารุณกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้อีกในอนาคต