รวบ 'ลุงสนม' สัปเหร่อวัดดังอ่างทอง รับอนาจารสาว 7 หมายจับ แต่ปฏิเสธการบังคับ
รวบ 'ลุงสนม' สัปเหร่อวัดดัง รับอนาจาร 7 หมายจับ (02.03.2026)

กองปราบรวบ 'ลุงสนม' สัปเหร่อวัดดังอ่างทอง รับอนาจารสาว 7 หมายจับ แต่ปฏิเสธการบังคับ

เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) สามารถจับกุม นายสนม ผิวบาง อายุ 82 ปี หรือที่รู้จักในชื่อ 'ลุงสนม' สัปเหร่อประจำวัดแห่งหนึ่งในอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 หลังหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่กับญาติและลูกศิษย์ในพื้นที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ โดยผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวพร้อมของกลาง ได้แก่ ลูกกาเราะและมีดหมอ ที่เชื่อว่าใช้ในการก่อเหตุ

เจอ 7 หมายจับข้อหาอนาจารและข่มเหง

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้คำสั่งของ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการบก.ป. โดยมี พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผู้กำกับการ 2 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเข้าดำเนินการ นายสนม ถูกจับตามหมายจับศาลอาญาจำนวน 7 หมาย ในข้อหา กระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล ข่มเหงจิตให้ผู้อื่นกระทำการหรือไม่กระทำการใดๆ และ ใช้สิ่งของหรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศ ซึ่งสืบเนื่องมาจากการร้องทุกข์ของหญิงสาวหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อ

เหยื่อร้องทุกข์หลังถูกลวนลามขณะทำพิธีอาบน้ำมนต์

ก่อนหน้านี้ มีผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาวหลายคนได้เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม หลังถูก นายสนม ลวนลามกระทำอนาจารในขณะทำพิธีอาบน้ำมนต์แก้คุณไสย โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าใช้มีดหมอ ลูกกาเราะ และมือสัมผัสลูบไล้ตามร่างกายและอวัยวะเพศของเหยื่อ หลังรับเรื่อง เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สืบสวนและสอบปากคำพยาน จนพบพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่ามีการกระทำผิดจริง จึงรวบรวมข้อมูลขออำนาจศาลออกหมายจับ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผู้ต้องหารับทำจริงแต่ปฏิเสธการข่มขู่

ในการสอบสวน นายสนม ให้การยอมรับว่ามีการกระทำอนาจารต่อผู้เสียหายจริง แต่ ปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้อาวุธหรือมีดหมอในการข่มขู่หรือบังคับ ให้เหยื่อยอมทำตามหรือห้ามขัดขืนแต่อย่างใด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว และได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยคาดว่าจะมีการสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของอาชญากรรมทางเพศที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชน และการทำงานอย่างรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ในการตามจับกุมผู้ต้องหาเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม