พลทหารข่มขืนเยาวชน 15 ปี ในห้องน้ำสงกรานต์ถนนข้าวสาร ตำรวจเร่งดำเนินคดี 3 ข้อหา
เกิดเหตุสะเทือนใจเมื่อเยาวชนหญิงอายุเพียง 15 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมผ่านเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกพลทหารคนหนึ่งข่มขู่และกระทำชำเราในห้องน้ำสาธารณะ ขณะมาเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนย่านถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 15 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมเป็นอย่างมาก
รายละเอียดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
ผู้เสียหายเล่าว่า ตนเองเดินทางมาเล่นน้ำกับกลุ่มเพื่อน จากนั้นได้เข้าใช้ห้องน้ำสาธารณะบริเวณซอยรามบุตรี ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นพลทหารได้เดินดักรออยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ ก่อนจะบังคับให้เธอเข้าไปภายในห้องน้ำสาธารณะแห่งนั้น แม้ผู้เสียหายจะพยายามส่งเสียงขอความช่วยเหลือและวิ่งหนี แต่กลับพบเพื่อนของผู้ก่อเหตุประมาณ 5-6 คน ยืนดักอยู่ตรงทางออกทั้งสองฝั่ง ทำให้เธอต้องรีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากพี่ชายในทันที
ขณะเดียวกัน ผู้ก่อเหตุและกลุ่มเพื่อนได้ใช้จังหวะชุลมุนแยกย้ายหลบหนีไปในที่สุด ต่อมา นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พาผู้เสียหายกลับไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่าห้องน้ำดังกล่าวมีพื้นที่โล่งกว้างประมาณ 2 เมตร ยาว 5 เมตร และเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันโดยไม่แบ่งแยกเพศ
ปฏิกิริยาจากครอบครัวและเจ้าหน้าที่
แม่ของผู้เสียหายเปิดเผยความรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ เธอเน้นย้ำว่าลูกสาวตั้งใจมาเล่นน้ำกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน แต่กลับต้องเผชิญกับกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมไม่ดี จึงต้องการให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด
ด้าน พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เปิดเผยว่า ตำรวจได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุและเตรียมดำเนินคดีแล้ว โดยขณะนี้กำลังรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ พร้อมประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม
ข้อกล่าวหาและความร่วมมือจากกองทัพบก
ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วว่าเป็นพลทหารสังกัดกองร้อยกองบังคับการ กองทัพภาคที่ 1 โดยต้นสังกัดได้ควบคุมตัวไว้แล้วและลงโทษทางวินัย เนื่องจากผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่ากระทำชำเราจริง เบื้องต้นตำรวจดำเนินคดี 3 ข้อหา ได้แก่
- พรากผู้เยาว์
- ข่มขืนกระทำชำเราอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี
- กักขังหน่วงเหนี่ยว
ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายยังอยู่ระหว่างการพิจารณา สำหรับกลุ่มเพื่อนของผู้ต้องหาซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ประมาณ 6 คน ตำรวจกำลังสืบสวนดูพฤติกรรมประกอบว่าเข้าข่ายช่วยเหลือหรือสนับสนุนการกระทำผิดหรือไม่
ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม ยังระบุว่าไม่กังวลในการทำคดี แม้ผู้ต้องหาจะอยู่ในกรมทหารก็ตาม เนื่องจากเหตุการณ์นี้เป็นคดีอุกอาจ และเชื่อว่าทุกหน่วยงานจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
กองทัพบกได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า พร้อมร่วมมือกับตำรวจในการส่งตัวพลทหารผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นพลทหารสังกัดกองร้อยกองบังคับการ กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งยอมรับว่าในระหว่างลาพักได้ไปเล่นน้ำสงกรานต์ในบริเวณดังกล่าวจริง และมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายตามที่ถูกกล่าวหา
กองทัพบกขอย้ำว่า แม้การกระทำดังกล่าวจะเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของส่วนรวม พร้อมอำนวยความสะดวกและสนับสนุนเจ้าพนักงานตำรวจในทุกขั้นตอน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายและเร่งรัดการลงโทษผู้กระทำความผิดโดยเร็วที่สุด



