มือแทงพ่อค้ากัญชาดอนเมืองยังหัวเราะได้ พบประวัติลักปืน 19 กระบอก
มือแทงพ่อค้ากัญชาดอนเมืองยังหัวเราะได้ พบประวัติลักปืน 19 กระบอก

16 มิ.ย. 2569 10:49 น. - ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐออนไลน์

มือแทงพ่อค้ากัญชาดอนเมือง ยังหัวเราะได้ ยืนยันเป็นคนฆ่าและอำพรางศพคนเดียว ตร.ไม่ปักใจเชื่อ เตรียมสอบปากคำละเอียดวันนี้ พร้อมพิจารณานำตัวไปทำแผน พบประวัติเคยก่อเหตุลักปืน 19 กระบอก

กรณีนายชัยสิทธิ์ ขันทะ หรือโป๊ย อายุ 34 ปี พ่อค้ากัญชา ถูกนายศุภกร จีนศรี อายุ 27 ปี ใช้มีดแทงเสียชีวิต ภายในบ้านพัก โดยมีเพื่อนอีก 2 คนอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย คือ นายชยพล ชัยศรี อายุ 27 ปี และนายกฤตธนัท ศรีภูมิชัย อายุ 24 ปี จากนั้นนำศพยัดใส่ลังพลาสติกหมกในกระบะดินเพาะปลูกกัญชา บนชั้น2 ของบ้านพักเปิดเป็นร้านขายกัญชา ที่บ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ย่านดอนเมือง โดยผู้ต้องหาอ้างถูกผู้ตายกล่าวหาขโมยนาฬิกาและด่าบุพการี นัดมาเคลียร์ที่บ้านแต่ไม่ลงตัวก่อเหตุฆ่าอำพราง

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 มิ.ย.69

ร.ต.อ.สุชัย สุระเสียง รอง สว.(สอบสวน) สน.ดอนเมือง ควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นอำพรางศพ  และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ถูกคุมขังอยู่ที่ สน.ดอนเมือง ทยอยออกนำมาพิมพ์ลายนิ้วมือทีละคน ผู้ต้องหาแต่ละราย โดยเฉพาะนายศุภกร มือแทง ไม่มีท่าทีอาการสลด ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสและหัวเราะร่าเริง ส่วนผู้ต้องหารายอื่น มีท่าทีเรียบเฉย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ด้านข้อมูลการสอบปากคำเบื้องต้น นายศุภกร มือแทง ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุแทงและอำพรางศพเพียงคนเดียว โดยไม่ได้ให้การซัดทอดว่าใครเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ ส่วนนายกฤตธนัท ตัวต้นเหตุที่มีความขัดแย้งว่าไปขโมยนาฬิกาผู้เสียชีวิตนั้นยังคงให้การเช่นเดิมว่า ไม่ได้ขโมยนาฬิกาของผู้เสียชีวิตไป  สำหรับนายชยพล ให้การปฏิเสธในชั้นจับกุม และยังไม่ได้ให้การใด ๆ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ตรวจสอบข้อมูลกับตำรวจ สน.ดอนเมือง

ทราบว่าพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของทรัพย์สินและที่มาของอาวุธมีดว่า นายศุภกร มือแทง จงใจเอามาเพื่อก่อเหตุหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งตัวนายชยพลที่ต้องสอบปากคำอย่างละเอียด

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา ในส่วนประเด็นที่กล่าวอ้างว่าไม่ได้ขโมยนาฬิกาไปและกล่าวหาว่าผู้เสียชีวิตต่อว่าด่าทอบุพการีมือแทง พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ เพิ่มเติมมาประกอบสำนวนคดี

นอกจากนี้มีรายงานว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงอยู่ในระหว่างการพิจารณาหารือว่า จะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังเกิดเหตุหรือไม่ โดยจะต้องพิจารณาถึงเรื่องความสมัครใจของผู้ต้องหาและความปลอดภัยเป็นหลัก

ส่วนเรื่องของการส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายฝากขังศาลอาญา หากวันนี้สอบปากคำแล้วเสร็จ จะส่งฝากขังทันที แต่ถ้าไม่ทัน จะส่งฝากขังในวันพรุ่งนี้ พนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีอัตราโทษสูง

ประเด็นที่ก่อนหน้านี้ นายชัยสิทธิ์ ผู้เสียชีวิต เคยแจ้งความร้องทุกข์

กับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ช่วงเวลาประมาณ 11.17 น. จากการตรวจสอบทราบว่า เป็นการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายกฤตธนัท กล่าวหาว่าเป็นผู้ขโมยนาฬิกา NIXON สีทองของผู้เสียชีวิตไป มีพฤติการณ์ที่แจ้งความเบื้องต้นว่า นายกฤตธนัทเป็นรุ่นน้องของผู้เสียชีวิต ได้รับการชักชวนจากผู้เสียชีวิตให้มาที่บ้านหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.เวลา 19.00 น. ต่อมาช่วงเที่ยงคืน นายกฤตธนัทขอเดินทางกลับไป กระทั่งเวลา 08.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. ผู้เสียชีวิตพบว่า นาฬิกาข้อมือเรือนดังกล่าวของผู้เสียชีวิตหาย ตอนแรกผู้เสียชีวิตวางไว้บริเวณหน้าทีวีภายในบ้าน รวมทั้งตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า โทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตถูกล็อกหน้าจอ ไม่สามารถเข้าเล่นได้ เชื่อว่า นายกฤตธนัทเป็นผู้ขโมยนาฬิกาเรือนดังกล่าวและพยายามเข้าถึงเบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต จนถูกล็อกหน้าจอ

ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย

พบว่านายศุภกร มือแทง เคยถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ เป็นอาวุธปืนของกองทัพอากาศจำนวน 19 กระบอก ในท้องที่ สน.ดอนเมือง เมื่อปี 2564 ขณะนั้นผู้ต้องหาเป็นทหารเกณฑ์อยู่ในกองทัพอากาศ ส่วนนายกฤตธนัทมีประวัติคดีหนีการเกณฑ์ทหาร ส่วนนายชยพล ไม่มีประวัติอาชญากรรมแต่อย่างใด