ตำรวจเมาหนักยิงเจ้าของร้านกัญชาเสียชีวิต พัทยา สั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง
ตำรวจเมาหนักยิงเจ้าของร้านกัญชาเสียชีวิต พัทยา

ตำรวจเมาหนักก่อเหตุยิงเจ้าของร้านกัญชาเสียชีวิตในพัทยา สั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 พลตำรวจตรีเอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ได้เปิดเผยถึงกรณีตำรวจเมาสุราก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเจ้าของร้านกัญชาจนเสียชีวิต โดยแจ้งข้อหา 2 ข้อหาและสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงทันที

รายละเอียดเหตุการณ์สะเทือนใจ

เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณหลังร้านกัญชาในถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยตำรวจผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก ก่อนจะใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงเจ้าของร้านกัญชาจำนวน 2 นัด ทำให้ผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้อยู่ในเหตุการณ์ให้การว่า ผู้ก่อเหตุได้หยิบอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่บุคคลที่อยู่บริเวณนั้น และลั่นไกยิงเข้าไปในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ต่อมาเมื่อผู้เสียชีวิตพยายามเข้าไปห้ามปรามและยกมือไหว้ขอให้เก็บอาวุธ ผู้ก่อเหตุไม่ฟังและยิงใส่จนล้มลงกับพื้น จากนั้นยังหยิบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตขว้างลงทะเลก่อนจะเดินออกจากที่เกิดเหตุ แต่ถูกผู้เห็นเหตุการณ์ควบคุมตัวไว้และนำส่งสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาเพื่อเข้าห้องขังทันที

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การดำเนินการทางกฎหมายและวินัย

ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็น รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองพัทยา อายุ 54 ปี ดังนี้:

  • ข้อหาฆ่าผู้อื่น
  • ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งมีโทษถึงขั้นให้ออกจากราชการ ในการเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนและอาวุธปืนพกสั้นพร้อมเครื่องกระสุน ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาและเกิดมีปากเสียงกันก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงเจ้าของร้านกัญชา แต่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมด

กรณีนี้สะท้อนถึงความรุนแรงที่เกิดจากอาการมึนเมาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนำไปสู่การสอบสวนวินัยอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร