อวสาน 'หนูเฉิน' พ่อค้ายาข้ามชาติ หลังปั่นข้อมูลตายทิพย์ลวงเจ้าหน้าที่นาน 3 ปี
อวสาน 'หนูเฉิน' พ่อค้ายาข้ามชาติ ปั่นข้อมูลตายทิพย์

อวสาน 'หนูเฉิน' พ่อค้ายาข้ามชาติ หลังปั่นข้อมูลตายทิพย์ลวงเจ้าหน้าที่ยาวนาน

ในที่สุดแล้ว ความพยายามหลบหนีคดียาเสพติดของ 'หนูเฉิน' หรือ ฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ก็มาถึงจุดสิ้นสุด เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 นี้ เขาถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย หลังหลบหนีไปยังประเทศเมียนมาเป็นเวลานานเกือบ 3 ปี

แผนลวงตายทิพย์ในลำน้ำเมย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2565 มีการพบศพชายนิรนามลอยติดอยู่กลางลำน้ำเมย ที่ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตรงข้ามเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา เอกสารประจำตัวผู้เสียชีวิตระบุชื่อ 'ไซมูน' (U Sai Moon) อายุ 39 ปี ชาวไทใหญ่จากเมืองตองยี มีตำหนิแผลเป็นบนคิ้วด้านขวา และบิดาชื่อ 'ไซปั่น'

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบสมุดลายมือภาษาไทยที่พยายามลวงให้เจ้าหน้าที่ไขว้เขวว่า ศพดังกล่าวคือ 'หนูเฉิน' หรือ ฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ซึ่งหลบหนีคดีไปเมียนมา แต่หน่วยงานความมั่นคงของไทยมั่นใจมาตลอดว่าเขายังมีชีวิตอยู่ และยังคงสั่งการขนยาเสพติดเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เครือข่ายยาเสพติดและคดีใหญ่

จากฐานข้อมูลของสำนักป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ระบุว่า 'หนูเฉิน' มีเชื้อชาติเมียนมา แต่ต่อมาได้สัญชาติไทยและใช้ชื่อใหม่หลายชื่อ เขาเกี่ยวข้องกับคดีขนไอซ์ 1.5 ตัน ที่ซุกซ่อนในรถพ่วง ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ด่านตรวจห้วยระอุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตรวจพบเมื่อปี 2562

เครือข่ายสำคัญที่ร่วมก่อเหตุคือ 'หลิน ชาล์' ผู้ต้องหาในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งทำหน้าที่ด้านการเงินให้กับเครือข่ายนี้ การตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเครือข่ายยาเสพติดมีการเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

หมายจับ 66 คดีและเครือข่ายฟอกเงิน

พ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติรายนี้มีหมายจับจำนวนมากถึง 66 คดี ทั้งคดียาเสพติดล็อตใหญ่และการฟอกเงินผ่านเครือข่ายร้านทอง ทำให้เจ้าหน้าที่มุ่งมั่นตามล่าจับกุมอย่างไม่ลดละ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับคดีนี้ไว้เป็นคดีพิเศษที่ 212/2565 ในข้อหาฟอกเงิน โดยมีการนำเงินที่ได้จากการซื้อขายยาเสพติดมาซื้อทองคำจากร้านทองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดชายแดนติดกับเมียนมา เพื่อให้สะดวกต่อการหมุนเวียนเงินในการขยายกระบวนการค้ายาเสพติด

การจับกุมและขยายผลคดี

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม 'เกิดชนะ มินา' ผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับได้ ขณะลักลอบเข้ามาที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดย 'เกิดชนะ' รับสารภาพว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของยาเสพติดและนายทุนตัวการสำคัญคือ ฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา

เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับบุคคลทั้งสองตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด เลขที่ 116/2563 และ 117/2563 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิด

เส้นทางการเงินพันล้านบาท

หลิน ชาล์ มีหน้าที่ดูแลเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด โดยนำมาเช่าเปิดเป็นโรงค้าไม้ได้ 2 ปี จากนั้นเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ส่งเป็นพัสดุและโอนกลับประเทศเมียนมา ตรวจสอบประวัติทางการเงินพบว่ามีเงินหมุนเวียนหลักพันล้านบาท เคยโอนเงินไปธนาคารเมียนมาแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท

จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 10 คน โดยยังหลบหนีอีก 2 คน คือ นายหนูเฉิน และนายยง วงศ์สว่างกุล

การส่งตัวกลับและอวสานพ่อค้ายา

เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานเกือบ 3 ปี ในการแกะรอยและตามจับกุมตัว 'หนูเฉิน' ได้ในประเทศเพื่อนบ้าน และส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยได้สำเร็จในที่สุด

การสอบสวนเสร็จสิ้นและมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา รวม 4 ราย คือ เกิดชนะ, หลิน ชาล์, ยง วงศ์สว่างกุล และหนูเฉิน โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว 'เกิดชนะ' ได้แล้ว ส่วนที่เหลือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ขออนุมัติต่อศาลอาญาออกหมายจับไว้แล้ว

การจับกุมครั้งนี้เกิดจากการขยายผลคดีไอซ์ 1.5 ตัน ที่ด่านตรวจห้วยระอุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตั้งแต่ปี 2562 รวมถึงหมายจับอื่นๆ อีกจำนวน 66 หมายจับ ถือเป็นการอวสานของพ่อค้ายาข้ามชาติไปอีกคนหนึ่งอย่างเป็นทางการ