พ.ต.อ.ทวี ชี้รถยิง สส.กมลศักดิ์ เป็นของ กอ.รมน. เรียกร้องนายกฯ เร่งตรวจสอบ
รถยิง สส.กมลศักดิ์ เป็นของ กอ.รมน. เรียกร้องนายกฯ ตรวจสอบ

พ.ต.อ.ทวี ชี้รถยิง สส.กมลศักดิ์ เป็นของ กอ.รมน. เรียกร้องนายกฯ เร่งตรวจสอบ

วันนี้ (3 เมษายน 2569) พรรคประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์กรณีที่นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ถูกลอบยิงรถยนต์เมื่อเวลา 01.50 น. ของวันที่ 20 มีนาคม 2569 บริเวณหน้าบ้านในตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ขณะเดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่ หลังจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายอุชลัมห์ โกะเลาะ คนขับรถ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ ตำรวจติดตาม ถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บสาหัส และขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาส

รถก่อเหตุเป็นของ กอ.รมน. หลังกระทำผิดนำไปชำแหละทิ้งน้ำ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า รถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุในครั้งนี้ ทราบว่าเป็นรถของทางราชการ คือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) หลังจากกระทำผิดแล้วได้นำไปชำแหละและทิ้งน้ำ เขากล่าวว่า ต้องการได้รับความมั่นใจ เนื่องจากหน่วยงานหลักที่ใช้แก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้คือ กอ.รมน. พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการใหญ่ กอ.รมน. ดูแล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการบริหารงานภาพรวม ติดตามสถานการณ์ และสั่งการให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว

พบพยานหลักฐานและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนจำนวน 30 ปลอก จากอาวุธปืน M16 จำนวน 2 กระบอก และได้ภาพรถยนต์กระบะ 4 ประตูสีขาวที่ใช้ก่อเหตุ กระทั่งรวบรวมพยานหลักฐานจนตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน ได้แก่ อดีตทหารนาวิกโยธิน ชื่อนายสมพร และนายยศกร เมื่อวันที่ 30 มีนาคม รวมทั้งขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ การเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 2 จุด ในพื้นที่บ้านบาวง ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส พบชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุถูกชำแหละ รวมทั้งพบอาวุธปืนที่ผู้ก่อเหตุใช้ จากพฤติการณ์ จึงเชื่อว่าเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ และเป็นการกระทำที่ร้ายแรง อีกทั้งคุกคามต่อความปลอดภัยของ สส. ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการตรวจสอบความเชื่อมโยง พบว่าอาจมีผู้บงการใช้จ้างวานให้ก่อเหตุในครั้งนี้

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ย้ำรอผลสอบจากตำรวจ

ขณะที่ พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เร่งสืบสวนติดตามผู้กระทำผิดอย่างเต็มขีดความสามารถ จนนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในเบื้องต้น โดยยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ

ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกทางคดี ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวน ซึ่งอาจมีผลต่อรูปคดี จึงยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดได้ โดยจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน หากพบว่ามีกำลังพลหรือหน่วยงานภายใต้โครงสร้าง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนต่อระบบกฎหมายและความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ