ตำรวจสุทธิสารนำผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าเผาอำพรางศพผู้จัดการบริษัท ชี้จุดเกิดเหตุบ้านร้างที่ลพบุรี
ตำรวจนำผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าชี้จุดเกิดเหตุบ้านร้างที่ลพบุรี

ตำรวจสุทธิสารนำผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าเผาอำพรางศพผู้จัดการบริษัท ชี้จุดเกิดเหตุบ้านร้างที่ลพบุรี

วันนี้ (15 มีนาคม 2569) ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้ควบคุมตัว นายภูเมธ หรือ "อาร์ต" ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอุ้มฆ่าเผาอำพรางศพ นายรุทธ์ ผู้จัดการบริษัทนำเข้าเครื่องมือแพทย์ ไปชี้จุดเกิดเหตุที่บ้านร้างในอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้เผาอำพรางศพเหยื่อ โดยการดำเนินการนี้เกิดขึ้นหลังจากทางการลาวควบคุมตัวและส่งกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยเมื่อวานนี้ (14 มีนาคม)

การชี้จุดเกิดเหตุและพฤติกรรมผู้ต้องหา

เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานว่า ผู้ต้องหามีท่าทีปกติ สามารถกินและนอนหลับได้ตามปกติ และไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษระหว่างการควบคุมตัว ในช่วงเช้าวันนี้ ตำรวจได้ควบคุมตัวนายภูเมธขึ้นรถตู้ออกทางด้านหลังของสถานีตำรวจสุทธิสาร เพื่อนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธควบคุมตัวอย่างเข้มงวด เบื้องต้นคาดว่า เมื่อทำแผนชี้จุดเสร็จสิ้น จะนำตัวกลับมาที่ สน.สุทธิสาร อีกครั้ง เพื่อเตรียมฝากขังต่อศาลในวันพรุ่งนี้ (16 มีนาคม)

ญาติผู้ต้องหาเยี่ยมและปฏิเสธให้สัมภาษณ์

ขณะเดียวกัน ในช่วงเช้าวันนี้ มีญาติของนายภูเมธเดินทางมาเยี่ยมที่ สน.สุทธิสาร แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุเพียงให้สอบถามข้อมูลกับตำรวจเท่านั้น สะท้อนถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดรอบคดีนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดคดีและความคืบหน้า

คดีนี้เกิดขึ้นในคืนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุพาตัวนายรุทธ์ออกไปจากบ่อตกกุ้งย่านสุทธิสาร หลังเกิดเหตุนานร่วมเดือน ตำรวจพบศพของนายรุทธ์ที่บ้านร้างในจังหวัดลพบุรี ก่อนจะสืบสวนจนพบผู้ร่วมกระทำผิดรวม 10 คน รวมถึงผู้จ้างวาน ซึ่งผู้ต้องหาในกลุ่มแรกถูกจับกุมดำเนินคดีครบ 10 คนแล้ว ส่วนการติดตามตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการวางแผนอุ้มฆาตกรรมอีก 4 คน ตามคำซัดทอดของนายภูเมธนั้น ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ครบถ้วน

คดีนี้ยังเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าจำปีสิรินธรในจังหวัดลพบุรี ซึ่งมีการเผาพื้นที่เสียหายแล้วกว่า 30 ไร่ โดยนายภูเมธได้อ้างถูกหลอกใช้ในเหตุการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและผลกระทบที่กว้างขวางของคดีอาชญากรรมนี้