ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการบริษัทขายอุปกรณ์การแพทย์ เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม 5 คนในเรือนจำ
วันนี้ (7 มีนาคม 2569) พันตำรวจเอกพรเทพ เฉลิมเกียรติ ผู้กำกับการ สน.สุทธสาร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีอุ้มและฆาตกรรมผู้จัดการบริษัทขายอุปกรณ์การแพทย์ โดยตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาและฝากขังศาลพร้อมค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดีที่มีอัตราโทษสูง
ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ อ้างเพียงสั่งติดตามตัว
ในคดีนี้ นายสรวีย์ และ นางสาวเบญญาภา สองผู้ต้องหาหลักถูกกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและข้อหาอื่นๆ หลังถูกควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาภิเษก จากการสอบปากคำตลอดทั้งคืน ผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งการให้ลงมือฆ่า นายรุทธ์ มณีประเสริฐ ผู้จัดการบริษัทขายเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่รับว่าเป็นผู้สั่งให้ไปติดตามตัวและเค้นเอาโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตเท่านั้น
ตำรวจเร่งติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีและเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม
ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตาม นายภูเมธ ผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายที่ยังหลบหนีอยู่ สำหรับผู้ร่วมขบวนการที่ถูกจับกุมแล้วมีทั้งหมด 9 คน โดยในจำนวนนี้มีเพียง นายวีรวิชญ์ และ นายเผ่าทอง ที่ได้รับประกันตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการนัดหมายให้ผู้ต้องหาทั้งสองเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม
ส่วนอีก 5 คนที่ถูกส่งฝากขังที่เรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพ พนักงานสอบสวนเตรียมจะเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ได้แก่:
- ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน
- ร่วมกันปล้นทรัพย์
- เคลื่อนย้ายอำพรางศพ
- อั้งยี่ซ่องโจร
รายละเอียดคดีและขั้นตอนการส่งมอบศพ
คดีนี้เกี่ยวข้องกับการจ้างวานอุ้มนายรุทธ์ มณีประเสริฐ ซึ่งต่อมาพบเสียชีวิตด้วยการเผาอำพรางศพที่จังหวัดลพบุรี ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ติดต่อเจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดธรรมจริยาภิรมย์ ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเพชรเกษมคอยอำนวยความสะดวก
ตำรวจยังคงสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำถึงความร้ายแรงของข้อหาที่มีอัตราโทษสูงและผลกระทบต่อสังคม



