ตำรวจยังไม่พบเบาะแสผู้ก่อเหตุจุดไฟเผาสุนัขไซบีเรียน 'มอลลี่' เจ้าของทำพิธีลอยอังคารเถ้ากระดูกอย่างเศร้าใจ
ความคืบหน้าล่าสุดในคดีทารุณกรรมสัตว์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทย เมื่อตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุที่จุดไฟเผาสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียนชื่อ "มอลลี่" จนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต โดยเหตุการณ์โหดร้ายนี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณบ้านแหลมขวัญ ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
พิธีลอยอังคารเถ้ากระดูกของ 'มอลลี่' ท่ามกลางความโศกเศร้า
เจ้าของมอลลี่ได้จัดพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อไว้อาลัยให้กับสัตว์เลี้ยงที่จากไป โดยนิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีลอยอังคารเถ้ากระดูกของมอลลี่ บริเวณท่าน้ำวัดแหลมพ้อ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พิธีดังกล่าวดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเศร้าโศกของเจ้าของและสมาชิกในครอบครัว ซึ่งต่างสูญเสียสัตว์เลี้ยงที่รักไปอย่างน่าเวทนา
การสืบสวนของตำรวจยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้ลงพื้นที่ชุมชนบ้านแหลมขวัญอย่างต่อเนื่องเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งจากพยานบุคคลและพยานแวดล้อม รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามเส้นทางการเดินของสุนัขก่อนถูกทำร้ายและระบุจุดเกิดเหตุที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ได้เชิญบุคคลต้องสงสัยจำนวน 6 คนมาสอบปากคำ แต่เบื้องต้นยังไม่พบข้อพิรุธใดๆ และทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ตำรวจได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากผู้ต้องสงสัยทั้งหมด เพื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บได้จากที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ ซึ่งรวมถึงร่องรอยคราบน้ำมันเครื่องที่ติดอยู่ตามผนังบ้าน ขนสุนัข และปลอกคอที่มีคราบน้ำมันติดอยู่ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลใดหรืออยู่ในกลุ่มใดของชุมชน โดยต้องรอผลสรุปจากการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติม
คำสั่งการจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ควบคุม กำกับ ดูแล และติดตามการสืบสวนสอบสวนคดีนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรัดการดำเนินคดีอาญาเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ความจริงปรากฏต่อสาธารณชน และเป็นไปตามแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด
พลตำรวจโทชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพลและรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การสืบสวนมุ่งเน้นการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและป้องปรามการกระทำทารุณต่อสัตว์ในอนาคต



