ตำรวจเร่งสืบสวนคดีทารุณสัตว์ 'มอลลี่' สุนัขไซบีเรียนถูกทำร้ายจนเสียชีวิตในสงขลา
ตำรวจเร่งสืบสวนคดี 'มอลลี่' สุนัขไซบีเรียนถูกทำร้ายในสงขลา

ตำรวจสงขลาลงพื้นที่สืบสวนจุดเกิดเหตุหลัง 'มอลลี่' สุนัขไซบีเรียนถูกทำร้ายจนเสียชีวิต

ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดสงขลาและกองพิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณบ้านเช่าแห่งหนึ่งในชุมชนบ้านแหลมขวัญและแหลมขวัญซอย 4 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานในจุดที่คาดว่าผู้ก่อเหตุได้ราดน้ำมันและจุดไฟเผา 'มอลลี่' สุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียน อายุ 2 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

พบคราบน้ำมันและขนสัตว์ในจุดเกิดเหตุ

เบื้องต้น ตำรวจพบคราบน้ำมันเครื่องอยู่บนถนนคอนกรีตบริเวณหน้าบ้านเช่าหลังหนึ่งจำนวน 2 วง ซึ่งมีการนำทรายมาปิดกลบเอาไว้ จากการตรวจสอบคราบน้ำมันเครื่องดังกล่าว พบร่องรอยไฟไหม้และมีขนสัตว์สีขาวออกน้ำตาลจำนวนหลายเส้นตกอยู่ที่พื้นถนนปะปนกับคราบน้ำมันเครื่อง โดยยังไม่ทราบว่าเป็นขนของสัตว์ชนิดใด

เจ้าของสุนัขให้ข้อมูลว่าได้เลี้ยงสุนัขไว้ 3 ตัว ประกอบด้วยสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียน 2 ตัวชื่อ 'มอลลี่' และ 'เมสซี่' ส่วนอีกตัวเป็นพันธุ์บางแก้วผสมไซบีเรียน โดยในคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 'มอลลี่' และ 'เมสซี่' ได้หายออกจากบ้าน เจ้าของจึงออกตามหาและพบ 'เมสซี่' ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ แต่ 'มอลลี่' ยังหายตัวไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การค้นพบและอาการบาดเจ็บสาหัสของ 'มอลลี่'

ต่อมาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เจ้าของได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบ 'มอลลี่' นอนอยู่ริมสระน้ำในสภาพบาดเจ็บสาหัส โดยตามตัวเต็มไปด้วยรอยไหม้และบอบช้ำทั้งตัว จึงได้นำส่งคลินิกสัตวแพทย์ทันที อย่างไรก็ตาม ในเช้าวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 'มอลลี่' ได้จากไปอย่างสงบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายสัตวแพทย์ธนากร ชูนุ้ย ประจำโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่าเมื่อรับ 'มอลลี่' มารักษาในวันแรก พบแผลไฟไหม้ทั่วตัวและสภาพเซลล์ผิวหนังเน่าในระดับ 4.5 จากระดับเลวร้ายที่สุดคือ 5 รวมถึงอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เม็ดเลือดขาวปริมาณมาก และอวัยวะภายในล้มเหลว โดยค่าไตและค่าตับอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ทางคณะแพทย์ได้เพาะเลี้ยงเชื้อแบคทีเรียและให้ยาฆ่าเชื้อชนิดกว้าง พร้อมรักษาอาการแผล ให้เลือด และให้ยาความดัน แต่ตลอดทั้งคืน 'มอลลี่' มีอาการทรุดลง เริ่มมีลิ่มเลือดอุดตัน ขาหน้าขวาและหลังไม่มีชีพจรจนเปลี่ยนเป็นสีม่วงดำ อวัยวะภายในล้มเหลวและตับวายในที่สุด

สัตวแพทย์ชี้แนวโน้มการทารุณสัตว์เพิ่มขึ้น

ด้านนายสัตวแพทย์สุพิชฌาย์ แก้วมา รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาระบบบริการและประกันคุณภาพโรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุว่าพบการทารุณกรรมสัตว์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การให้ยาเบื่อซึ่งยากต่อการรักษาเพราะอาจตายทันทีหลังรับยา และการทุบตีที่พบมากในปัจจุบัน

สำหรับกรณีของ 'มอลลี่' นั้น หาได้ไม่ง่ายนัก จึงอยากให้ทุกคนคำนึงว่าสัตว์เลี้ยงคือเพื่อนร่วมโลก แม้บางครั้งตามสัญชาตญาณอาจไปรบกวนหรือทำให้เสียทรัพย์สิน แต่ไม่ควรทำร้ายและแนะนำให้ไปพูดคุยกับเจ้าของแทนการใช้ความรุนแรง ซึ่งไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม

เจ้าของรับร่าง 'มอลลี่' ด้วยความเสียใจ

นายสมชัย ชนะวรรโณ เจ้าของ 'มอลลี่' และภรรยา ได้เดินทางมารับร่างของ 'มอลลี่' ด้วยน้ำตา โดยเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้มีความหวังเพราะ 'มอลลี่' เริ่มดีขึ้นและตอบสนองต่อเสียงเรียก แต่เมื่อได้รับแจ้งว่า 'มอลลี่' จากไปแล้วก็เสียใจมากที่ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง

สุนัขอีก 2 ตัวที่เหลืออยู่ก็มีสภาพซึมเศร้าและไม่ร่าเริง เจ้าของจึงอยากบอกไปยังผู้ก่อเหตุว่าหากยังมีศีลธรรม จริยธรรม และจิตสำนึก ก็ควรมอบตัวกับตำรวจ หลังจากนี้ เจ้าของจะนำร่างของ 'มอลลี่' ไปทำพิธีเผาที่วัดแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา

ขณะนี้ ตำรวจกำลังเร่งหาตัวผู้ก่อเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันการทารุณสัตว์ในชุมชน