วงการแพทย์และสังคมไทยร่วมแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ หรือที่รู้จักในนาม "อาจารย์หมอต้น" แพทย์เฉพาะทางโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ผู้เป็นจิตอาสาเสียสละ หลังจากถูกชาวต่างชาติขับรถจักรยานยนต์ชนแล้วหนีที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา บนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยชาวต่างชาติรายหนึ่งขับรถจักรยานยนต์ชนอาจารย์หมอต้นแล้วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบพบว่าชาวต่างชาติรายนี้ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และมีสารเสพติดชนิดโคเคนในร่างกาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย
อาการบาดเจ็บและการรักษา
อาจารย์หมอต้นได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ถูกนำส่งโรงพยาบาลในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ก่อนจะถูกส่งตัวต่อมารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพมหานคร ทีมแพทย์ได้พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายอาการไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตในวันที่ 7 มิถุนายน 2568
การประกาศข่าวเศร้า
เพจเฟซบุ๊ก Vimut Hospital ได้โพสต์แจ้งข่าวการเสียชีวิตของอาจารย์หมอต้น โดยระบุข้อความว่า โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ศูนย์สุขภาพปอด ตลอดระยะเวลาที่ท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท คุณูปการของท่านจะยังคงเป็นที่จดจำและอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป ขอร่วมแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง และขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติด้วยความอาลัยยิ่ง
ประวัติและผลงานของอาจารย์หมอต้น
รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ เป็นอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะจิตอาสาที่เสียสละเพื่อส่วนรวม เคยปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ป่วยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโรคระบาด ท่านเป็นที่รักและเคารพของเพื่อนร่วมงานและลูกศิษย์จำนวนมาก การจากไปของท่านสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงให้กับวงการแพทย์และสังคมไทย
ความคืบหน้าทางคดี
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินคดีกับชาวต่างชาติที่ก่อเหตุอย่างเคร่งครัด โดยมีการตั้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 คาดว่าจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก Vimut Hospital



