ศาลไม่ให้ประกันตัวน้าชาย-พี่สาวคดีน้ององุ่น ส่งสถานพินิจกาญจนบุรี
ศาลไม่ให้ประกันตัวน้าชาย-พี่สาวคดีน้ององุ่น ส่งสถานพินิจฯ

ศาลไม่ให้ประกันตัวน้าชาย-พี่สาวคดีน้ององุ่น

ศาลจังหวัดทองผาภูมิมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวน้าชายวัย 17 ปี และพี่สาววัย 13 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าน้ององุ่น โดยให้ส่งตัวไปควบคุมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี ขณะที่พ่อของน้ององุ่นเดินทางมารับศพลูกสาวที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมเผยยังติดใจเรื่องคนในครอบครัวทำร้ายกันเอง

บรรยากาศเตรียมงานศพน้ององุ่น

วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเตรียมสถานที่จัดงานพิธีตั้งศพน้ององุ่นที่ศาลาธรรมสังเวช วัดลิเจีย หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยพันตำรวจตรีณรงค์ หุ้มขาว ครูใหญ่โรงเรียนตระเวนชายแดนบ้านเรด้าร์ พร้อมคณะครูและนักเรียนช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อรับศพน้ององุ่นที่จะส่งกลับมาจากสถาบันนิติเวช กรุงเทพฯ

พันตำรวจตรีณรงค์ หุ้มขาว เปิดเผยว่า พิธีบำเพ็ญกุศลให้น้ององุ่นจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน แต่จะไม่มีการสวดพระอภิธรรมตามความเชื่อของชาวมอญ เนื่องจากน้ององุ่นอายุยังไม่ถึง 12 ปี โดยจะมีเพียงการเปิดให้วางพวงหรีดแสดงความเสียใจเท่านั้น ส่วนพิธีฌาปนกิจกำหนดมีขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 10 มิถุนายน 2569

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ศาลมีคำสั่งส่งตัวผู้ต้องหาไปสถานพินิจ

ขณะที่ พ.ต.ต.จิรพงศ์ เกิดเรณู สว. (สอบสวน) สภ.สังขละบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวน้าชายอายุ 17 ปี และพี่สาวอายุ 13 ปี ส่งศาลทองผาภูมิ ต่อมาเวลา 13.00 น. ศาลจังหวัดทองผาภูมิออกหนังสือชี้แจงว่า ตามที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสังขละบุรีนำเด็กหญิงอายุ 13 ปี และเยาวชนชายอายุ 17 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และฐานร่วมกันซ่อนเร้นหรือย้ายศพ มายื่นคำร้องเพื่อตรวจสอบการควบคุมตัวเด็กและเยาวชนตามกฎหมายเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. นั้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ศาลดำเนินการไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงจากการสอบถามผู้ร้องและพยานเอกสารของผู้ร้องแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาจริง เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลาย อันเป็นการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ประกอบกับพิจารณาพยานหลักฐานประกอบการกระทำมีลักษณะกระทบต่อความสัมพันธ์และจิตใจของบุคคลภายในครอบครัวอันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เมื่อคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิและประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ และเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจโดยนักจิตวิทยา จึงเห็นควรส่งตัวเด็กและเยาวชนไปควบคุมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี

พ่อรับศพน้ององุ่น ยังติดใจคนในครอบครัว

ส่วนที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พ่อน้ององุ่นเดินทางมาใช้เอกสารติดต่อขอรับร่างน้ององุ่นพร้อมผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวช เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนาที่จังหวัดกาญจนบุรี ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

พ่อน้ององุ่นเปิดเผยว่า ยังติดใจเรื่องที่คนในครอบครัวทำร้ายกันเอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นทะเลาะกันมาก่อน มีเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ส่วนสาเหตุที่ทะเลาะอาจมาจากเรื่องโทรศัพท์ก็เป็นไปได้ แต่ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ หลังจากพี่สาวของน้ององุ่นรับสารภาพก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกัน