สาวเสิร์ฟร้านหมูกระทะที่จังหวัดกาญจนบุรี ถูกตำรวจยศร้อยตรีจับอวัยวะเพศในร้าน เจ้าของร้านนำหลักฐานวงจรปิดมาแสดง แต่ผู้ก่อเหตุยังคงปฏิเสธและอ้างว่าเป็นเรื่องธรรมดา สร้างความหวาดกลัวให้กับพนักงานสาว ขณะนี้เจ้าของร้านและผู้เสียหายได้วอนไปยังผู้บังคับบัญชาให้ตรวจสอบและลงโทษอย่างเด็ดขาด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังร้านต้นประดู่หมูกระทะ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ริมแม่น้ำแควใหญ่ พบกับนายภาณุพงศ์ หรืออัฐ อายุ 31 ปี เจ้าของร้าน และน้องเจน (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี พนักงานสาวพาร์ทไทม์
นายภาณุพงศ์เล่าว่า ตั้งแต่เปิดร้านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เขากล่าวว่า "ร้านหมูกระทะไม่ใช่ร้านเหล้า คุณไปร้านเหล้าก็ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน ฝากผู้บังคับการจังหวัดกาญจนบุรีดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ"
นายอัฐเล่าต่อว่า คืนเกิดเหตุขณะกำลังตรวจร้านเพราะใกล้ปิด น้องเจนเดินมาร้องไห้ พร้อมกับมีหลายคนมาเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยสัญชาตญาณความเป็นชาย เขารับไม่ได้กับเรื่องนี้ เพราะเป็นการหยามศักดิ์ศรีเกินไป จึงโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่ร้าน เมื่อมาถึงก็ชี้ตัวผู้ก่อเหตุ หากตอนนั้นเขายอมรับและขอโทษก็คงเคลียร์กันจบ แต่จากอากัปกิริยาในคลิปวิดีโอ เขาไม่สำนึกผิดเลย เข้าใจว่าอาจดื่มแอลกอฮอล์แล้วมีอีโก้สูง แต่พอรุ่งเช้าเมื่อน้องเจนไปเคลียร์ที่โรงพัก ก็ยังไม่มีการขอโทษหรือสำนึกผิด และยังสงสัยว่าตัวเองผิดหรือไม่
ความรู้สึกของผู้เสียหาย
นางสาวเจน (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ รู้สึกตกใจมาก ตอนที่เดินไปหาเจ้าของร้านใจสั่นจนเดินแทบไม่ไหว เหตุการณ์วันนั้นผู้ก่อเหตุใช้มือพยายามจับที่ของสงวนของเธอ มีผู้หญิงอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ แต่เขากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจึงเดินไปหาเจ้าของร้าน
"ตอนที่หนูไปหาพี่เขาใช่ไหมคะ พี่ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของร้านพาหนูไปแล้วบอกว่าคนที่ทำหนูไม่ยอมรับ โดยกล่าวว่า 'ผมไม่ได้ทำ ไหนเอากล้องมาดู ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมไม่รู้'" นางสาวเจนกล่าว
นางสาวเจนบอกอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเธออย่างมาก จากที่เคยรักในการต้อนรับลูกค้า ตอนนี้กลับกังวลว่าจะเจอลูกค้าแบบไหนอีก เธอรู้สึกไม่ดีและหวาดกลัว ในฐานะนักศึกษาที่ทำงานหารายได้เสริมเพื่อนำเงินไปใช้เปิดเทอม แต่ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งคงต้องดำเนินคดีเพราะผู้ก่อเหตุไม่ยอมขอโทษเลย



