แม่เฒ่าวัย 94 ถูกหลานสาวทุบตีจนเสียชีวิตคาบ้านพักในสุพรรณบุรี
แม่เฒ่าวัย 94 ถูกหลานสาวทุบตีเสียชีวิตคาบ้านพักสุพรรณบุรี

เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อหญิงชราวัย 94 ปี ถูกหลานสาวซึ่งเป็นผู้ดูแลทุบตีด้วยไม้หน้าสามจนเสียชีวิตภายในบ้านพักในตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชและกู้ภัย รับแจ้งเหตุจากญาติผู้เสียชีวิต จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

สภาพที่เกิดเหตุและหลักฐาน

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพนางสมศรี (สงวนนามสกุล) อายุ 94 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือดอยู่บนพื้นห้องนอน สวมเสื้อแขนสั้นสีชมพู นุ่งผ้าถุงสีขาว มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและใบหน้าหลายแห่ง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นรอยถูกตีด้วยไม้หน้าสาม ซึ่งเป็นไม้ที่ใช้สำหรับตำน้ำพริก เจ้าหน้าที่พบไม้ดังกล่าวตกอยู่ในที่เกิดเหตุพร้อมคราบเลือด

การสอบปากคำผู้ต้องสงสัย

จากการสอบสวนญาติและเพื่อนบ้าน ทราบว่าผู้ที่อาศัยอยู่กับผู้เสียชีวิตคือนางแดง (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นหลานสาว และเป็นผู้ดูแลผู้เสียชีวิตมาตลอด หลังเกิดเหตุ นางแดงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวนางแดงได้ที่บ้านเพื่อนในพื้นที่ใกล้เคียง และควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ในชั้นสอบสวนเบื้องต้น นางแดงให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยให้เหตุผลว่าเกิดความเครียดสะสมจากการดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นเวลานาน และมีปากเสียงกับผู้เสียชีวิตก่อนเกิดเหตุ จนเกิดอารมณ์ชั่ววูบใช้ไม้หน้าสามทุบตีผู้เสียชีวิตหลายครั้ง จนแน่ใจว่าเสียชีวิตแล้วจึงหลบหนีไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.สมชาย ใจดี ผู้กำกับการ สภ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแก่ผู้ต้องหา และจะดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลฝากขังต่อไป ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตแสดงความเสียใจและไม่คิดว่าหลานสาวจะลงมือกระทำการโหดร้ายเช่นนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติทะเลาะวิวาทรุนแรงมาก่อน

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ดูแลมีความเครียดสะสมและขาดการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางเจ้าหน้าที่จึงฝากเตือนประชาชนให้ใช้สติและขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญกับความเครียดจากการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ซ้ำอีก