ปิดคดีปริศนา 51 ปี ยูทาห์ยืนยันเหยื่อถูกสังหารโดยฆาตกรต่อเนื่อง เท็ด บันดี
ทางการรัฐยูทาห์ของสหรัฐอเมริกาได้ปิดคดีฆาตกรรมที่ยืดเยื้อมากว่า 51 ปี อย่างเป็นทางการแล้ว หลังการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอด้วยเทคโนโลยีใหม่สามารถระบุได้ว่าเหยื่อคือสาววัย 17 ปีที่ถูกสังหารโดยฆาตกรต่อเนื่องชื่อดัง เท็ด บันดี ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีที่ยังคงเป็นปริศนามานานหลายทศวรรษ
การยืนยันด้วยหลักฐานดีเอ็นเอที่ชัดเจน
เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา สำนักงานนายอำเภอยูทาห์เคาน์ตี้ได้แถลงข่าวว่า ผลการทดสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ครั้งใหม่สามารถยืนยันอย่างปราศจากข้อกังขาว่าหลักฐานดีเอ็นเอที่เก็บกู้ได้จากร่างของ ลอร่า แอนน์ เอม มีดีเอ็นเอของเท็ด บันดีอยู่จริง เธอหายตัวไปหลังกลับจากงานปาร์ตี้ในคืนวันฮาโลวีนเมื่อปี 1974 ก่อนจะมีกลุ่มนักปีนเขาไปพบร่างของเธอในอีกหนึ่งเดือนต่อมาที่บริเวณหุบเขาอเมริกันฟอร์กแคนยอน
นายอำเภอไมค์ สมิธประกาศระหว่างการแถลงข่าวว่า "ขณะนี้คดีนี้ได้ปิดลงอย่างเป็นทางการแล้ว" พร้อมระบุเพิ่มเติมว่าหากเท็ด บันดียังมีชีวิตอยู่ อัยการจะยื่นเรื่องเพื่อขอให้มีการตัดสินลงโทษประหารชีวิตเขาอย่างแน่นอน แม้ก่อนที่เขาจะถูกประหารชีวิตที่รัฐฟลอริดาในปี 1989 เท็ด บันดีจะเคยสารภาพว่าเขาเป็นคนสังหารลอร่าเอง แต่เนื่องจากเขาไม่ยอมให้รายละเอียดหรือข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ทางหน่วยงานจึงยังไม่ตัดสินใจปิดคดีในตอนนั้น และเปิดคดีไว้จนกว่าจะสามารถพิสูจน์ได้อย่างไร้ข้อกังขา
ประวัติการก่อเหตุของเท็ด บันดี
เท็ด บันดีถือเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา เขาเริ่มตระเวนก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องในแถบ Pacific Northwest หรือภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาที่ตั้งอยู่ติดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ก่อนจะย้ายไปก่อเหตุในโคโลราโด ยูทาห์ และฟลอริดา โดยในช่วงที่ลอร่าถูกฆาตกรรมนั้น เท็ด บันดีอาศัยอยู่ในเมืองซอลต์เลกซิตีและกำลังศึกษาวิชากฎหมายอยู่ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์
พฤติกรรมที่เท็ด บันดีใช้ในการก่อเหตุคือเขามักจะเข้าหาผู้หญิงในที่สาธารณะและใช้ใบหน้าที่ดูดีสร้างความไว้ใจ และแสร้งทำเป็นว่าได้รับบาดเจ็บ เพื่อล่อลวงเหยื่อไปยังที่ลับตาคนก่อนจะลงมือสังหาร ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 1974 ถึงกุมภาพันธ์ 1978 เท็ด บันดีได้สังหารผู้หญิงไปอย่างน้อย 30 ราย รวมทั้งยังมีส่วนพัวพันกับคดีฆาตกรรมอื่น ๆ อีกหลายคดีทั่วประเทศ
การจับกุมและหลบหนีหลายครั้ง
เขาถูกจับกุมครั้งแรกในปี 1975 ในคดีลักพาตัวและถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ทว่าในปี 1977 เขาหลบหนีออกจากคุกด้วยการกระโดดลงมาจากหน้าต่างห้องสมุดของเรือนจำ แม้จะถูกจับกลับมาได้ใน 8 วันถัดมา แต่เขาก็หลบหนีออกมาได้อีกครั้งและก่อเหตุฆาตกรรมอีกหลายครั้งก่อนจะถูกจับกุมได้อีกครั้งในปี 1978 การปิดคดีในครั้งนี้จึงเป็นการยุติบทบาทของฆาตกรต่อเนื่องที่สร้างความหวาดกลัวให้กับสังคมอเมริกันมาอย่างยาวนาน



