คดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ รวบ 3 เร่งล่า 2 แจงปมใช้รถ กอ.รมน. ก่อเหตุ
คดีลอบยิง สส. รวบ 3 เร่งล่า 2 แจงปมรถ กอ.รมน. (06.04.2026)

คดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ รวบตัวแล้ว 3 เร่งล่าอีก 2 แจงปมใช้รถหลวง กอ.รมน. ก่อเหตุ

ความคืบหน้าสำคัญในคดีอุกฉกรรจ์ กรณีคนร้ายลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แถลงผลการปฏิบัติงาน โดยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 3 ราย และกำลังเร่งติดตามจับกุมตัวอีก 2 ราย รวมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 5 ราย

พฤติการณ์ก่อเหตุและการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน

พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล หัวหน้ากองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายมีการวางแผนดักรอและสะกดรอยตามเป้าหมายอย่างละเอียด โดยส่งคนไปดักดูที่สนามบินหาดใหญ่ตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกันทีมสังหารได้นำรถไปจอดดักรอที่บริเวณหน้าบ้านพัก ซึ่งห่างจากบ้านของ สส. ประมาณ 3-4 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เนื่องจากไม่ทราบแน่ชัดว่าเป้าหมายจะเดินทางกลับมาในเที่ยวบินใด

เมื่อรถของ สส. ขับผ่านมา ทีมสังหารได้ขับรถสะกดรอยตาม ก่อนจะสบโอกาสเร่งเครื่องแซงและใช้อาวุธปืนยิงถล่ม จากนั้นได้ขับรถหลบหนีนำไปทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถในอำเภอตากใบ เพื่อทำการรื้อชำแหละทำลายหลักฐาน เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้ง 5 ราย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายชื่อผู้ต้องหาและบทบาทในขบวนการ

  • คนชี้เป้า ที่สนามบินหาดใหญ่: นายสมพร รังเดช ผู้ประสานงานและจัดหาทีมยิงรวมถึงอาวุธปืน ปัจจุบันยังคงให้การปฏิเสธ ซึ่งมีประวัติเคยพัวพันคดีจ้างวานฆ่าที่ จ.ระนอง เมื่อปี 2557 แต่ศาลยกฟ้อง
  • คนขับรถก่อเหตุ: ถูกควบคุมตัวและให้การรับสารภาพแล้ว
  • ทีมมือปืน 2 ราย: นายธนพัฒน์ ซึ่งนั่งเบาะหน้าซ้าย และ นายวิโรจน์ มือปืน นั่งเบาะหลังซ้าย ซึ่งทั้งคู่กำลังอยู่ระหว่างการหลบหนี
  • เจ้าของอู่รถใน อ.ตากใบ: รับสารภาพแล้วว่ารับจ้างชำแหละรถจริง

หลักฐานสำคัญและความเชื่อมโยงกับรถหลวง กอ.รมน.

พล.ต.ต.ชุมพล กล่าวต่ออีกว่า แม้ผู้ประสานงานหลักจะปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่แน่นหนา 100% ทั้งการตรวจยึดอาวุธปืนเถื่อนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งผลการตรวจเทียบปลอกกระสุนตรงกันชัดเจน นอกจากนี้ยังมีหลักฐานสำคัญจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่บันทึกภาพรถยนต์ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ใช้ก่อเหตุ ไปจนถึงเส้นทางการหลบหนีและนำรถไปทิ้งที่อู่เพื่อชำแหละ ซึ่งภาพวงจรปิดสอดคล้องกับชิ้นส่วนรถที่ถูกแยกชิ้นส่วนได้อย่างชัดเจน

ส่วนรถคันที่ก่อเหตุที่พบว่าเป็นของทางราชการนั้น ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถใช้งานนอกแบบที่ไม่มีโลโก้หน่วยงาน เจ้าหน้าที่รัฐผู้ครอบครองได้ให้เพื่อนยืมไปใช้ และเพื่อนคนดังกล่าวได้ให้กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนรู้จักยืมไปใช้อีกทอดหนึ่ง เนื่องจากมักจะมีการยืมรถใช้กันเป็นประจำเวลาลงพื้นที่ และจากการสืบสวนเชิงลึก รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการติดต่อสื่อสาร ยังไม่พบความเชื่อมโยงว่าเจ้าหน้าที่รัฐรายดังกล่าวมีส่วนรู้เห็นหรือสั่งการในการลอบสังหารครั้งนี้ ส่วนความผิดทางวินัยเรื่องการนำรถหลวงไปให้บุคคลภายนอกยืมใช้นั้น จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแยกไปอีกส่วนหนึ่ง

การขยายผลและความคืบหน้าในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้บงการและมูลเหตุจูงใจที่แท้จริงนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทำหน้าที่รับงานมายังไม่ยอมให้การพาดพิงถึงบุคคลที่สาม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลเพื่อกระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป