เปิดประวัติ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ ควบ รมว.คลัง ใน ครม.อนุทิน 2
วันที่ 16 มีนาคม 2569 มีรายงานการจัดโผคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ชุดที่ 2 ซึ่งปรากฏชื่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิม คือ รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เช่นเดียวกับในยุคครม.อนุทิน 1 การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงผลงานที่โดดเด่นของเขา โดยเฉพาะการฟื้นฟูนโยบายคนละครึ่งพลัส ซึ่งได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างกว้างขวางและช่วยเพิ่มคะแนนนิยมให้พรรคภูมิใจไทยอย่างมาก
เส้นทางการศึกษาและรางวัลแห่งความสำเร็จ
นายเอกนิติ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยทุนจากสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ต่อมาได้รับทุนรัฐบาลไทยจากสำนักงาน ก.พ. ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ที่ University of Illinois at Urbana-Champaign และปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์จาก Claremont Graduate University ในสหรัฐอเมริกา เขาได้รับการยอมรับในฐานะนักเรียนดีเด่น โดยได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นจากมหาวิทยาลัย Illinois รางวัลนักเรียนทุนดีเด่นจากสำนักงาน ก.พ. รางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่งแห่งปี 2552 และรางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดีเด่นแห่งปี 2561 จากสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ รวมถึงรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของคณะเศรษฐศาสตร์และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2567 นอกจากนี้ เขายังเป็นนักรักบี้ฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทยและเคยดำรงตำแหน่งประธานชุมนุมรักบี้ฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประสบการณ์ทำงานและบทบาทสำคัญ
ก่อนเข้าสู่การเมือง นายเอกนิติมีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย เริ่มต้นจากตำแหน่ง Senior Advisor to Executive Director ที่ธนาคารโลกในสหรัฐอเมริกา ต่อมาได้เป็นโฆษกกระทรวงการคลัง และอัครราชทูต (ฝ่ายเศรษฐกิจการคลัง) ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป เขายังเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เขาได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากรและกรมสรรพสามิต ก่อนจะย้ายไปเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร
ในด้านการบริหารองค์กร นายเอกนิติเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการในหลายหน่วยงาน เช่น บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) และบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด รวมถึงเป็นกรรมการในองค์กรต่างๆ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด
ผลงานโดดเด่นและนวัตกรรม
นายเอกนิติมีผลงานที่โดดเด่นในการนำระบบดิจิทัลมายกระดับการบริการของกรมสรรพากรและกรมสรรพสามิต ทำให้ได้รับรางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่นจากรัฐบาลในปี 2566 และรางวัล Digital Government Award ในเอเชียโอเชียเนียปี 2565 เขายังเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งกองทุน Thailand Future Fund เพื่อช่วยลดภาระหนี้ของประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจด้วยการนำระบบสรรหาและคัดเลือกกรรมการแบบ Skill Matrix มาใช้ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งระบบการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคและประมาณการเศรษฐกิจให้กระทรวงการคลัง
เส้นทางสู่การเมืองและบทบาทในปัจจุบัน
นายเอกนิติเข้าสู่การเมืองจากการชักชวนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในช่วงจัดตั้งรัฐบาลปลายปี 2568 โดยลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์เพื่อมาร่วมครม. ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เขาถือเป็นเทคโนแครตที่มีบทบาทสูงและช่วยเพิ่มคะแนนนิยมให้พรรคภูมิใจไทย จนนายอนุทินเคยประกาศว่าเขาอยู่ในรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค แต่เขาได้ปฏิเสธไป ในยุคครม.อนุทิน 2 เขายังคงได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งเดิม โดยพรรคภูมิใจไทยให้เกียรติให้เขาดำเนินภารกิจในกระทรวงการคลังอย่างเต็มที่ โดยไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลมานั่งเป็นรัฐมนตรีช่วย ซึ่งแสดงถึงความมั่นใจในความสามารถของเขา



