ตำรวจนครบาลได้สอบปากคำนายเอ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาที่โพสต์คลิปวิดีโอขณะลวนลามผู้หญิงบนรถไฟฟ้า BTS ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยคลิปดังกล่าวถูกแชร์อย่างแพร่หลายและสร้างความไม่พอใจให้กับสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก
รายละเอียดเหตุการณ์
จากหลักฐานที่ปรากฏในคลิป ผู้ต้องหาได้ใช้มือลูบคลำร่างกายของผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาวที่โดยสารอยู่บนขบวนรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ต่อมาผู้ต้องหาได้นำคลิปดังกล่าวมาโพสต์ลงในบัญชีทวิตเตอร์ของตนเอง พร้อมข้อความเชิงล้อเลียน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
พันตำรวจเอก ธีรพล นาคพงษ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยว่า "หลังจากที่คลิปดังกล่าวถูกแชร์ออกไป เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนทราบตัวผู้ต้องหา และเชิญตัวมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เมื่อวันที่ 18 มกราคม"
ข้อหาที่แจ้ง
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท รวมถึงข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือลามก ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท
นอกจากนี้ ผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ โดยอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ปฏิกิริยาจากสังคม
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตัวให้กับสังคมไทยในเรื่องความปลอดภัยบนระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใช้บริการรถไฟฟ้า หลายองค์กรด้านสิทธิสตรีออกมาเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการป้องกันและเฝ้าระวัง รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กล่าวเพิ่มเติมว่า "เราจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำผิดลักษณะนี้ เพื่อเป็นตัวอย่างไม่ให้ผู้อื่นกระทำตาม และขอให้ประชาชนแจ้งเหตุทันทีหากพบเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม"
ความคืบหน้าคดี
ขณะนี้ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าคลิปดังกล่าวเป็นเพียงการล้อเล่นกับเพื่อน แต่พนักงานสอบสวนไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนและผู้เสียหายยืนยันว่าไม่รู้จักกับผู้ต้องหา คาดว่าจะมีการส่งสำนวนให้อัยการภายในสัปดาห์หน้า
ทางด้านบริษัท BTS ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราความปลอดภัยภายในขบวนรถและสถานี พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้โดยสารแจ้งเหตุทันทีหากพบเห็นการกระทำผิด



