DSI ส่งสำนวนคดีฟอกเงินมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท ฟ้อง 'แทนไท' กับพวก 11 ราย พัวพันเว็บหนังเถื่อน-พนันออนไลน์
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้สรุปสำนวนและส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 64/2567 ต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 11 ราย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยสำนวนมีทั้งหมด 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น
มูลค่าความเสียหายสูงถึง 4,500 ล้านบาท พบเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 10,000 ล้านบาท
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งได้ดำเนินคดีในความผิดมูลฐานและขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้กระทำผิด พบว่ามีการรับโอนเงินจากการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของผู้อื่นเพื่อนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังมีการจัดให้ประชาชนรับชมหรือรับฟังสื่อประเภทภาพยนตร์และรายการต่างประเทศ โดยเรียกเก็บค่าบริการหรือผลประโยชน์อื่น ส่งผลให้เกิดความเสียหาย รวมมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังตรวจพบว่า เครือข่ายดังกล่าวดำเนินเว็บไซต์ให้บริการดูภาพยนตร์ออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลจากต่างประเทศ รวมถึงมีการแฝงเว็บไซต์พนันออนไลน์ผ่านแบนเนอร์โฆษณาบนหลายเว็บไซต์ แม้ผู้ใช้งานทั่วไปจะสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่จะมีการเชื่อมโยงไปยังบริการสำหรับลูกค้ากลุ่ม VIP ซึ่งสามารถเข้าถึงเนื้อหาพิเศษ รวมถึงสื่อลามกอนาจารได้ และมีการแฝงโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั้งในรูปแบบแบนเนอร์ และการตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่การเล่นพนันออนไลน์
ใช้บัญชีม้ารับโอนเงิน ฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล
จากการขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรม มีการใช้บัญชีธนาคารเพื่อโอนและรับโอนเงิน รวมถึงการแปลงสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มา และอำพรางเส้นทางการเงิน อีกทั้งยังมีการฟอกเงินผ่านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกว่า 10,000 ล้านบาท
จับกุมได้ 4 ราย แต่ 'แทนไท' กับพวก 7 รายยังหลบหนี
ปัจจุบันสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย และยังมีผู้ต้องหาหลบหนีอีก 7 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด โดยศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับนายแทนไทและพวก ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในคดีพิเศษที่ 64/2567 เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูงเกินกว่า 3 ปี อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 26 มกราคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ในกรุงเทพมหานคร ลำปาง ตาก พิษณุโลก สมุทรปราการ และชลบุรี กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 รายจากทั้งหมด 7 ราย และยังได้มีการตรวจยึดรายการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายรายการ อาทิ กระเป๋าถือของสตรี ยี่ห้อ Goyard , ยี่ห้อ Louis Vuitton , หุ่นยนต์ Ironman , ตุ๊กตาอาร์ททอย เป็นต้น
DSI เดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีและขยายผล
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังคงเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนี และขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งในและต่างประเทศ โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างเข้มข้น เพื่อติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีไปยังต่างประเทศ รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ



