เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พบซากเสือดำเพศผู้ อายุประมาณ 8-10 ปี น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม สภาพนอนตะแคงข้างอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.4 (ป่าละอู) คาดว่าเสียชีวิตจากการพลัดตกหน้าผา โดยบริเวณที่พบซากเป็นจุดที่มีความสูงชันและมีหินจำนวนมาก
นายชยันต์ เมืองสงวน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพบซากเสือดำดังกล่าว จึงได้ทำการตรวจสอบสภาพซากเบื้องต้น พบว่าไม่มีบาดแผลจากการถูกยิงหรือถูกทำร้ายจากมนุษย์ แต่มีร่องรอยการกระแทกบริเวณศีรษะและลำตัว สอดคล้องกับการตกจากที่สูง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อส่งตรวจพิสูจน์เพิ่มเติมที่ห้องปฏิบัติการ
เสือดำเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีประชากรเสือดำอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง โดยปกติจะหากินในเวลากลางคืนและหลบซ่อนตัวในป่าทึบ การพบซากครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากเสือดำเป็นสัตว์ที่ซ่อนตัวเก่งและตายยากในธรรมชาติ
ด้านนายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า จากผลการชันสูตรซากเบื้องต้น พบว่าเสือดำมีสภาพร่างกายสมบูรณ์ ไม่มีโรคประจำตัวที่ร้ายแรง สาเหตุการตายน่าจะมาจากการพลัดตกหน้าผาขณะไล่ล่าเหยื่อ หรืออาจเกิดจากการต่อสู้กับเสือดำตัวอื่นเพื่อแย่งอาณาเขต อย่างไรก็ตาม จะต้องรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
เจ้าหน้าที่ได้ทำการฝังซากเสือดำบริเวณจุดที่พบ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และได้ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนเพื่อป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่าในพื้นที่
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด รวมถึงเสือโคร่ง เสือดำ ช้างป่า และกระทิง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครอง การพบซากเสือดำครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ป่าและการจัดการแหล่งอาหารของสัตว์ป่า เพื่อลดการแข่งขันและความขัดแย้งระหว่างสัตว์ด้วยกันเอง



