ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบช.สอท. และ พ.ต.อ.ไพโรจน์ นวลฉวี รอง ผบก.สอท.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้ร่วมกันจับกุมนายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี อดีตพระลูกวัดราชาธิวาสวิหาร กรุงเทพฯ ในข้อหา “ค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ” หลังจากมีผู้เสียหายแจ้งความว่า ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศและถูกบังคับค้าประเวณี
การสืบสวนและจับกุม
การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 มีหญิงสาวอายุ 19 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคม. ว่า ถูกอดีตพระรูปดังกล่าวหลอกลวงให้เดินทางไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยอ้างว่าจะได้เงินเดือนสูงถึง 200,000 บาทต่อเดือน แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกบังคับให้ค้าประเวณี และถูกควบคุมตัวไว้ในห้องพัก ไม่สามารถออกไปไหนได้ จนกระทั่งสามารถหลบหนีกลับมาได้
พ.ต.อ.หญิง ดร.นันทวรรณ รุ่งโรจน์ธนกุล รอง ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่านายสมชายมีพฤติกรรมเป็นนายหน้าหาเด็กสาวอายุระหว่าง 18-25 ปี โดยใช้เครือข่ายในวัดและความน่าเชื่อถือทางศาสนาในการหลอกลวง ผู้เสียหายส่วนใหญ่มาจากครอบครัวยากจนในต่างจังหวัด และถูกชักชวนด้วยข้อเสนอเรื่องเงินเดือนสูง
พฤติกรรมของผู้ต้องหา
ผู้ต้องหามักใช้วิธีสร้างความสนิทสนมกับเหยื่อผ่านการทำบุญหรือกิจกรรมทางศาสนา ก่อนชักชวนให้ไปทำงานต่างประเทศ โดยจะอ้างว่ามีเส้นสายในบริษัทจัดหางาน เมื่อเหยื่อตกลงก็จะดำเนินการทำเอกสารเดินทางให้ จากนั้นเมื่อถึงประเทศปลายทางจะส่งต่อให้กับขบวนการค้ามนุษย์ที่คอยควบคุมและบังคับข่มขู่
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า การที่อดีตพระมาเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจและสะเทือนขวัญ เพราะเป็นการใช้ความเชื่อทางศาสนามาหลอกลวงผู้อื่น ซึ่งผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม เจ้าหน้าที่จะขยายผลการสอบสวนเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการและช่วยเหลือผู้เสียหายรายอื่นๆ ต่อไป
การดำเนินคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000 บาท ถึง 300,000 บาท หากกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โทษจะหนักขึ้นเป็นจำคุก 8-20 ปี และปรับ 160,000-400,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ซึ่งรวมถึงการเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หรือรับตัวบุคคลใดๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมชายให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นเพียงการช่วยเหลือเด็กสาวให้มีงานทำเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบังคับค้าประเวณี แต่ทางตำรวจมีหลักฐานเพียงพอทั้งพยานบุคคลและเอกสารการเดินทาง รวมถึงข้อความสนทนาทางโทรศัพท์ที่ชัดเจน
คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
พ.ต.อ.หญิง ดร.นันทวรรณ ฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ อย่าหลงเชื่อคำชักชวนของบุคคลที่ไม่รู้จักแม้จะมีตำแหน่งทางศาสนาหรือสังคมก็ตาม ควรตรวจสอบบริษัทจัดหางานให้ถี่ถ้วน และควรแจ้งให้ญาติหรือเพื่อนทราบถึงรายละเอียดการเดินทางทุกครั้ง
หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน บก.ปคม. หมายเลข 1191 หรือศูนย์ช่วยเหลือเด็กและสตรี 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง



