เหตุการณ์สะเทือนขวัญในห้องฉุกเฉิน
นพ.ศุภกฤษ์ สุนทรกิจ หรือ หมอปาล์ม แพทย์เวรห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ถูกผู้ป่วยชายใช้เหล็กทุบตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 15 มีนาคม 2568 ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ขณะที่แพทย์กำลังตรวจรักษาผู้ป่วยรายอื่น ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี เดินเข้ามาในห้องฉุกเฉินแล้วใช้เหล็กเส้นยาวประมาณ 1 เมตร ฟาดศีรษะแพทย์อย่างไม่ยั้ง
อาการบาดเจ็บสาหัสของหมอปาล์ม
นพ.ศุภกฤษ์ ถูกทำร้ายบริเวณศีรษะจนกะโหลกศีรษะร้าว สมองฟกช้ำ มีเลือดออกในสมอง แพทย์ต้องผ่าตัดด่วนเพื่อระบายเลือดออก ปัจจุบันอาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องไอซียู เพื่อนร่วมงานและครอบครัวต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผู้ก่อเหตุมีประวัติรักษาอาการทางจิต
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุมีประวัติเข้ารับการรักษาอาการทางจิต แต่ไม่ได้กินยาต่อเนื่อง ทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวได้ภายในโรงพยาบาล โดยไม่มีเหตุร้ายเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมาย
แพทย์เรียกร้องมาตรการความปลอดภัย
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ที่ปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน ซึ่งมีความเสี่ยงสูง หมอปาล์มกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อนเกิดเหตุว่า “พวกเราทำงานกันหนักมาก อยากให้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่านี้” หลังเกิดเหตุ แพทยสภาและสมาคมแพทย์ออกมาเรียกร้องให้โรงพยาบาลเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น ติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะ หรือเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในห้องฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
ผลกระทบต่อบุคลากรการแพทย์
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า “เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ที่สะท้อนถึงความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์ไทย ต้องเร่งแก้ไขปัญหาความปลอดภัยอย่างจริงจัง” ข้อมูลจากกรมการแพทย์ระบุว่า ในปี 2567 มีเหตุการณ์ทำร้ายบุคลากรทางการแพทย์มากกว่า 200 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในห้องฉุกเฉิน แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความวิตกให้กับบุคลากรในวิชาชีพ
แนวทางป้องกันในอนาคต
กระทรวงสาธารณสุขเตรียมออกมาตรการบังคับใช้สำหรับโรงพยาบาลทุกแห่ง ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรในการรับมือกับผู้ป่วยคลุ้มคลั่ง ขณะเดียวกัน แพทยสภาเสนอให้เพิ่มโทษผู้ทำร้ายบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการคุ้มครองแพทย์และพยาบาล



