จีนทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์สู่แปซิฟิก ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์กังวล
จีนทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์สู่แปซิฟิก

กองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLAN) แถลงวันนี้ (6 ก.ค.) ว่าประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธยุทธศาสตร์จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากหลายประเทศในภูมิภาคเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าจีนกำลังเตรียมทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้

รายละเอียดการทดสอบและการยืนยันจากจีน

นายหวัง เสวี่ยเหมิง โฆษกกองทัพเรือจีน ระบุผ่านบัญชีวีแชตอย่างเป็นทางการว่า เมื่อเวลา 12.01 น. ตามเวลาท้องถิ่น เรือดำน้ำนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือจีนได้ยิงขีปนาวุธยุทธศาสตร์ที่ติดตั้งหัวรบจำลองเพื่อการฝึก ไปยังทะเลหลวงในมหาสมุทรแปซิฟิก และตกลงในพื้นที่เป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ จีนยืนยันว่าการทดสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกทางทหารประจำปี ได้แจ้งประเทศที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า และเป็นไปตามกฎหมายและแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ โดยไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศหรือเป้าหมายใดเป็นการเฉพาะ

การฝึกซ้อมร่วมกับรัสเซีย

การยิงทดสอบมีขึ้นในวันเดียวกับที่จีนและรัสเซียเริ่มการฝึกซ้อมทางเรือร่วมประจำปีบริเวณนอกชายฝั่งเมืองชิงต่าว ทางตะวันออกของจีน แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าการยิงขีปนาวุธเป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมรบร่วมดังกล่าวหรือไม่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การขยายศักยภาพทางทหารของจีน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้เร่งพัฒนาศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์และเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2023 จีนมีหัวรบนิวเคลียร์ที่พร้อมใช้งานมากกว่า 500 หัว และคาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 1,000 หัวภายในปี 2030

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากประเทศในภูมิภาค

ก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการ นายจัสติน ทคัตเชนโก รัฐมนตรีต่างประเทศปาปัวนิวกินี เปิดเผยว่า ได้รับการแจ้งจากเอกอัครราชทูตจีนเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับแผนการทดสอบขีปนาวุธ ขณะที่แหล่งข่าวรัฐบาลนิวซีแลนด์ยืนยันว่า จีนได้แจ้งล่วงหน้าถึงการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปเช่นกัน แต่ไม่ได้เปิดเผยตำแหน่งที่ขีปนาวุธจะตก

รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ได้รับการแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธ และได้ร้องขอให้จีนพิจารณายุติการทดสอบ พร้อมแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการเพิ่มกิจกรรมทางทหารของจีน นอกจากนี้ หน่วยยามฝั่งญี่ปุ่นยังได้รับแจ้งจากทางการจีนเมื่อวันอาทิตย์ว่า อาจมีเศษซากจากการปล่อยวัตถุอวกาศตกลงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น แม้ต่อมาสำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวรัฐบาลว่า ขีปนาวุธไม่ได้ตกในพื้นที่ดังกล่าว

ด้าน เพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า แม้จีนจะแจ้งรัฐบาลแคนเบอร์ราล่วงหน้า แต่การทดสอบดังกล่าวถือเป็นปัจจัยที่สร้างความไม่มั่นคงให้กับภูมิภาค พร้อมระบุว่า การเสริมสร้างกำลังทางทหารของจีนยังขาดความโปร่งใสและการสร้างความเชื่อมั่นตามที่ประเทศในภูมิภาคคาดหวัง

ขณะที่นายวินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ กล่าวว่า รัฐบาลได้รับแจ้งเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการยิงทดสอบ พร้อมระบุว่า นิวซีแลนด์มองว่าการใช้มหาสมุทรแปซิฟิกใต้เป็นพื้นที่ทดสอบขีดความสามารถด้านขีปนาวุธเป็นพัฒนาการที่น่ากังวลและไม่พึงประสงค์ เช่นเดียวกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกอื่น ๆ

ประวัติการทดสอบและการจับตาของนานาชาติ

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2567 จีนเคยยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปพร้อมหัวรบจำลองลงสู่ทะเลใกล้เฟรนช์โพลินีเซีย นับเป็นการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลผ่านน่านน้ำสากลครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นขีปนาวุธ ตงเฟิง-31 ซึ่งสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์แบบเทอร์โมนิวเคลียร์ได้ พื้นที่ที่ขีปนาวุธตกอยู่ในเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ที่กำหนดไว้ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ส่งผลให้หลายประเทศในแปซิฟิกจับตาความเคลื่อนไหวของจีนอย่างใกล้ชิด

ภูมิภาคแปซิฟิกยังคงมีความอ่อนไหวต่อประเด็นนิวเคลียร์ เนื่องจากหลายประเทศได้รับผลกระทบจากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของชาติมหาอำนาจในช่วงหลายทศวรรษหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะเดียวกัน จีนยังเดินหน้าขยายอิทธิพลในภูมิภาคแปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งโรงพยาบาล ถนน และสนามกีฬา ส่งผลให้ความเคลื่อนไหวทางทหารของปักกิ่งในพื้นที่แห่งนี้ได้รับการจับตาจากนานาชาติอย่างใกล้ชิด