เตือนสายหิ้ว! รับฝากของเสี่ยงคุก 15 ปี ปรับ 1.5 ล้าน
เตือนสายหิ้วรับฝากของเสี่ยงคุก15ปีปรับ1.5ล้าน

วันที่ 2 ก.ค. 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เปิดเผยข้อมูลเตือนภัยพร้อมแสดงความห่วงใยต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมรับฝาก หรือรับหิ้วสิ่งของเดินทางข้ามประเทศ โดยเตือนว่า อาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพหรือเครือข่ายอาชญากรรมที่แอบซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายไว้ในสัมภาระ จนทำให้ผู้รับฝากต้องตกเป็นผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีโดยไม่รู้ตัว

ขบวนการค้ายาเสพติดใช้วิธีจ้างหิ้วของ

ผบช.ปส. ระบุว่า ปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดและเครือข่ายลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย มักใช้วิธีว่าจ้างหรือขอความช่วยเหลือจากบุคคลทั่วไปให้รับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของเดินทางข้ามประเทศ โดยอ้างว่าเป็นของใช้ส่วนตัว ของฝาก หรือพัสดุทั่วไป ทั้งที่ภายในอาจซุกซ่อนยาเสพติด สินค้าต้องห้าม หรือสิ่งของที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

จึงขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง ไม่รับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากบุคคลที่ไม่รู้จัก และไม่ควรรับฝากสิ่งของแม้จากบุคคลที่รู้จัก หากไม่สามารถตรวจสอบสิ่งของภายในได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการนำสิ่งของเดินทางเข้า-ออกประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่เจตนา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความผิดและโทษทางกฎหมาย

พล.ต.ท.อาชยน กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่รับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของโดยไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด อาจต้องรับผิดตามกฎหมาย แม้จะอ้างว่าไม่ทราบว่าสิ่งของดังกล่าวเป็นของผิดกฎหมายก็ตาม โดยเฉพาะกรณีที่พบยาเสพติดหรือสินค้าต้องห้ามซุกซ่อนอยู่ภายในสัมภาระ

สำหรับโทษตามกฎหมาย หากพบว่าสิ่งของที่รับฝากหรือหิ้วเป็นยาเสพติด ผู้กระทำผิดอาจต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และปรับสูงสุด 1.5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับประเภทและปริมาณของยาเสพติดที่ตรวจพบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว

ผบช.ปส. ฝากถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า ก่อนเดินทางทุกครั้งควรตรวจสอบสัมภาระและสิ่งของของตนเองอย่างละเอียด ไม่รับฝากกระเป๋า พัสดุ หรือสิ่งของใด ๆ จากบุคคลที่ไม่รู้จัก และไม่ควรรับหิ้วสิ่งของข้ามประเทศโดยไม่ทราบแหล่งที่มาและไม่ทราบสิ่งที่บรรจุอยู่ภายใน

เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรม และหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายโดยไม่รู้ตัว ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอเมื่อต้องเดินทางข้ามประเทศหรือรับฝากสิ่งของจากผู้อื่น