รมว.ดีอี ร่วมเวที WEF 2026 ดันอาเซียน-เอเปคสกัดสแกมเมอร์
รมว.ดีอี ร่วม WEF 2026 ดันอาเซียน-เอเปคสกัดสแกมเมอร์

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ “APEC, ASEAN and the Art of Alignment” ภายใต้การประชุม Annual Meeting of the New Champions 2026 ของ World Economic Forum (WEF) ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเวทีดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบายจากนานาประเทศเกี่ยวกับแนวทางการเสริมสร้างความสอดประสานระหว่างกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

ประเทศไทยเน้นย้ำบทบาทของ APEC และ ASEAN

ในการเสวนา นายไชยชนกได้กล่าวเน้นย้ำว่า ประเทศไทยมองกรอบความร่วมมือ APEC และ ASEAN เป็นกลไกที่มีบทบาทเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน โดย APEC มีจุดแข็งในการขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติที่กว้างและครอบคลุม ขณะที่ ASEAN มีความเข้มแข็งในการสร้างความร่วมมือเชิงลึกและการดำเนินงานที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งสองกรอบสามารถเสริมพลังร่วมกันเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ความท้าทายจากอาชญากรรมไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์

นายไชยชนกชี้ให้เห็นว่าความท้าทายจากปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญต่อหลายประเทศในภูมิภาค เช่นเดียวกับประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาดังกล่าว และได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ จนสามารถลดความเสียหายจากคดีออนไลน์ลงได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งยืนยันความพร้อมในการขยายความร่วมมือและการสร้างความตระหนักถึงภัยออนไลน์ไปยัง ASEAN และ APEC

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เสนอแนวคิด Interoperability สกัดสแกมเมอร์ข้ามชาติ

นายไชยชนกได้แสดงทรรศนะต่อที่ประชุม เสนอให้ APEC และ ASEAN ให้ความสำคัญกับ “Interoperability” หรือความสามารถในการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ทั้งในด้านข้อมูล มาตรฐาน และกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการรับมือกับภัยคุกคามข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอาชญากรรมไซเบอร์และเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินปฏิบัติการร่วมระหว่างประเทศสมาชิกให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ นายไชยชนกยังกล่าวถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความยืดหยุ่น (Resilience) และอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ควบคู่กับการเปิดกว้างต่อความร่วมมือและการลงทุนจากทุกประเทศ โดยประเทศไทยยึดมั่นในแนวทางความร่วมมือที่เปิดกว้าง เป็นกลาง และมุ่งคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเสถียรภาพภูมิภาค

“ภายใต้บริบทของโลกที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น ความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการประสานการทำงานระหว่าง ASEAN และ APEC จะมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพ และอำนาจต่อรองให้กับภูมิภาค ไปสู่ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจร่วมกัน” นายไชยชนกกล่าวในตอนท้าย