เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ก.ค. 69 ตำรวจทยอยนำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ มาพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยหนึ่งในผู้ต้องหาที่มาพิมพ์คือ "นายองอาจ" ทีมข่าวจึงพยายามสอบถามถึงคดี โดยนายองอาจ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ยอมจดทะเบียนสมรสกับ “หลี่เหย่น เจิ้ง” หญิงชาวจีน เนื่องจากเป็นเพื่อนของแฟนใหม่ จึงไว้ใจและยอมช่วยเหลือ โดยอีกฝ่ายให้เหตุผลว่าต้องการอาศัยอยู่ในประเทศไทย พร้อมยืนยันว่าไม่ได้รับค่าจ้างจากการจดทะเบียนสมรสแต่อย่างใด
ถูกบังคับให้ดำเนินการเอกสาร
เมื่อถูกถามว่าทราบหรือไม่ว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย นายองอาจ ยอมรับว่า รู้สึกกลัวเช่นกัน และมองว่าตัวเองเหมือนถูกบังคับให้ดำเนินการทางเอกสาร ซึ่งนายองอาจ ยังยอมรับว่า เคยลงนามรับรองบุตรให้เด็ก 2 คน ซึ่งเป็นบุตรของ “หลี่เหย่น เจิ้ง” กับชายชาวจีน โดยระบุว่า หลังจากจดทะเบียนสมรสกับหญิงชาวจีนได้ประมาณ 5 ปี ก็หย่ากัน แต่หลังจากหย่า หญิงจีนก็ท้องและคลอดบุตร แต่ไม่มีผู้ใดลงนามรับรอง ญาติของหญิงชาวจีนจึงมาขอให้ช่วยเซ็นรับรองบุตร ซึ่งบุตรคนแรกนั้นปัจจุบันมีอายุประมาณ 9 ปีแล้ว ขณะที่แฟนของตัวเองในขณะนั้นก็รับรู้เรื่องทั้งหมด
ขอโทษสังคม ยืนยันไม่รู้จักกลุ่มจีน
ตอนนี้อยากขอโทษต่อสังคมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า แม้ช่วงเช้าวันนี้จะยังไม่ได้พูดคุยกับลูกสาวของเมียเก่า แต่เชื่อว่าลูกสาวน่าจะทราบเรื่องแล้ว เพราะที่ผ่านมาไม่เคยปิดบังเรื่องต่าง ๆ กับลูก และคาดว่าลูกสาวคงรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักหรือมีความผูกพันกับกลุ่มชาวจีนเป็นการส่วนตัว และไม่เคยใช้ชีวิตร่วมกับหญิงชาวจีนคนนั้น
เซ็นรับรองบุตร 2 ครั้ง ได้ค่าเสียเวลา 4,000 บาท
ส่วนการลงนามรับรองบุตรทั้ง 2 ครั้ง นายองอาจ ระบุว่า มีบุคคลที่สามเป็นผู้ประสานเรื่องทั้งหมด โดยไปลงนามที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่จำไม่ได้ว่าผู้ประสานเป็นใคร พร้อมยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้รับค่าจ้างในการเซ็นรับรองบุตร แต่ได้รับเพียงเงินชดเชยค่าเสียเวลาในการหยุดขับรถแท็กซี่และค่าเช่ารถ เป็นเงินสดครั้งละ 2,000 บาท โดยลงนามรับรองบุตรทั้งหมด 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 2-3 ปี
นอมินีตึกถล่มไม่เปิดปาก
ขณะเดียวกันตำรวจ นำตัว นายประจวบ ที่เคยเป็นนอมินีถือหุ้นบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์10 (ประเทศไทย) จากกรณีตึก สตง.ถล่ม มาพิมพ์ลายนิ้วมือ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายประจวบในประเด็นต่างๆ ว่า อยากชี้แจงอะไรหรือไม่, รู้จักคนจีนหรือไม่ รู้จักได้อย่างไร, ทำไมถึงยอมเซ็นรับรองบุตร, เซ็นไปแล้วกี่คน, กรณีคดีความเก่าประเด็นตึกสตง.ถล่ม เกิดขึ้นก่อนระหว่างที่จะเป็นกรรมการ, มีความกังวลหรือไม่, ทนายความสั่งห้ามพูดหรือเปล่า แต่นายประจวบไม่ได้ตอบคำถามใดๆ
ตำรวจเร่งหาลูกอีกคนขององอาจ
สื่อมวลชนเร่งหาลูกอีกคนของ “องอาจ” ขบวนการพ่อทิพย์ล่าสุดมีข้อมูลจากชุดสืบสวนระบุว่า ในเอกสารระบุว่า มีเด็ก 20 คน ที่ได้มาจากการเซ็นรับรองบุตรของบรรดาพ่อไทยทิพย์ ซึ่งพบว่าในจำนวนเด็ก 20 คน มาจากโรงพยาบาล 5 แห่ง และเด็กบางคนเป็นชื่อไทย นามสกุลไทย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบหรือไม่ แต่บางคนยังใช้ชื่อไทย นามสกุลจีน ซึ่งบรรดาผู้ต้องหาทั้งหมดบางคนเซ็นรับรองบุตร 1 คน บางคนเซ็น 2 คน โดยเฉพาะนายองอาจ ที่ระบุว่า เซ็นรับรองบุตรไป 2 คน แต่ในมือตำรวจมีหลักฐานว่า นายองอาจ เซ็นรับไป 1 คน ซึ่งตำรวจจะเร่งสืบหาเด็กอีกคนที่นายองอาจ อ้างเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีให้รัดกุมยิ่งขึ้น



