กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดเผยถึงคดีมิจฉาชีพปลอมแปลงบัญชีธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยใช้ชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีที่ใกล้เคียงกับบัญชีจริงของธนาคาร เพื่อหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินค่าสินค้าหรือบริการ โดยมีผู้เสียหายหลายรายรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท
วิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพ
พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า มิจฉาชีพจะสร้างบัญชีปลอมโดยใช้ชื่อที่คล้ายกับบัญชีจริงของธนาคาร เช่น ใช้ชื่อ "ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)" แต่เปลี่ยนตัวสะกดเล็กน้อย หรือใช้เลขที่บัญชีที่ต่างกันเพียงไม่กี่หลัก จากนั้นจะโพสต์ข้อความในกลุ่มซื้อขายออนไลน์เพื่อเสนอขายสินค้าราคาถูก เมื่อเหยื่อสนใจ มิจฉาชีพจะแจ้งให้โอนเงินไปยังบัญชีปลอมดังกล่าว
ผู้เสียหายรายล่าสุดสูญเงิน 2.3 ล้านบาท
ผู้เสียหายรายล่าสุดเป็นหญิงอายุ 35 ปี ถูกหลอกให้โอนเงินค่าสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้ารวม 2.3 ล้านบาท โดยมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานขายของบริษัทแห่งหนึ่ง และส่งเอกสารปลอมที่ดูเหมือนจริงให้ยืนยันการสั่งซื้อ หลังจากโอนเงินแล้วไม่ได้รับสินค้าและติดต่อผู้ขายไม่ได้ จึงรู้ว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ตำรวจเตือนประชาชนตรวจสอบบัญชีก่อนโอน
พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ กล่าวว่า "ขอให้ประชาชนตรวจสอบชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีให้ละเอียดก่อนโอนเงินทุกครั้ง โดยเฉพาะการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ราคาถูกกว่าปกติ ควรตรวจสอบประวัติผู้ขายและอ่านรีวิวจากผู้ซื้อรายอื่น หากพบความผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที" นอกจากนี้ ตำรวจยังแนะนำให้ใช้ระบบการชำระเงินที่มีการคุ้มครองผู้ซื้อ เช่น การชำระผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารที่มีระบบยืนยันตัวตน หรือการใช้บัตรเครดิตที่สามารถขอคืนเงินได้
ธนาคารยืนยันไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านบัญชีปลอม
ธนาคารที่ถูกปลอมแปลงออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ ผ่านบัญชีปลอมดังกล่าว และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อความที่แอบอ้างเป็นธนาคาร พร้อมแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทาง official เท่านั้น
แนวทางป้องกันและแจ้งเบาะแส
ผู้เสียหายสามารถแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่หรือแจ้งผ่านสายด่วน 191 หรือ 1599 (สายด่วนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบบัญชีต้องสงสัยได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแอปพลิเคชัน "Check บัญชี" ที่พัฒนาโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวมิจฉาชีพมาดำเนินคดี โดยเชื่อว่าเป็นเครือข่ายข้ามชาติที่มีการเปิดบัญชีม้าในหลายพื้นที่



