ทลายคอลเซ็นเตอร์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยึดทรัพย์สินนับร้อยล้าน
ทลายคอลเซ็นเตอร์ยึดทรัพย์สินนับร้อยล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติครั้งใหญ่ หลังจากสืบสวนนานหลายเดือน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 ราย พร้อมของกลางเป็นทรัพย์สินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ประกอบด้วยรถยนต์หรู เงินสด และทองคำ

ปฏิบัติการทลายแก๊ง

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนและไทยที่ร่วมกันเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเหยื่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์และโทรศัพท์ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงิน

ของกลางที่ยึดได้

  • รถยนต์หรู 6 คัน มูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท
  • เงินสดสกุลต่างๆ รวม 20 ล้านบาท
  • ทองคำแท่งและเครื่องประดับ 15 ล้านบาท
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ จำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังยึดบัญชีธนาคารที่ใช้ในการรับโอนเงินจากเหยื่ออีกกว่า 50 บัญชี มียอดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 500 ล้านบาท

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วิธีการหลอกลวง

แก๊งนี้มีรูปแบบการทำงานเป็นระบบ โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ฝ่ายโทรออก ฝ่ายหลอกลวง ฝ่ายการเงิน และฝ่ายจัดการบัญชีม้า โดยใช้ซิมการ์ดที่ลงทะเบียนในชื่อผู้อื่น และใช้โปรแกรมเปลี่ยนเลขโทรศัพท์เพื่อให้ดูเหมือนเป็นหมายเลขของหน่วยงานรัฐ

เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี โดยแก๊งจะอ้างว่ามีพัสดุผิดกฎหมายหรือมีคดีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อให้เหยื่อตกใจและโอนเงินมาให้ตรวจสอบ

ความเสียหาย

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่ามีผู้เสียหายกว่า 200 ราย ความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท โดยเหยื่อบางรายสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตและที่ดิน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

พลตำรวจตรี จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า การทลายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และจะขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป

คำแนะนำประชาชน

ตำรวจฝากเตือนประชาชนว่า หน่วยงานรัฐไม่มีการโทรศัพท์แจ้งความผิดทางคดีหรือขอให้โอนเงิน หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะดังกล่าว ให้วางสายทันทีและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สายด่วน 1441 หรือ 191