ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ ได้เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงให้ประชาชนลงทุนผ่านแอปพลิเคชันปลอม โดยมีผู้เสียหายหลายร้อยรายทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท
การจับกุมครั้งใหญ่
พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกหลอกให้ลงทุนในแพลตฟอร์มเทรดดิ้งที่อ้างว่าสามารถทำกำไรสูง โดยมิจฉาชีพใช้กลวิธีสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการโฆษณาทางโซเชียลมีเดียและไลน์กลุ่ม
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จับกุมผู้ต้องหาได้ 8 ราย พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
มูลค่าความเสียหายมหาศาล
จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นพนักงานขายและดูแลบัญชีลูกค้า โดยใช้แอปพลิเคชันปลอมที่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเลขกำไรได้ตามต้องการ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเพิ่ม
“ผู้เสียหายบางรายสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิต บางรายถึงขั้นกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อลงทุน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก” พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าว
ข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีระบุว่า ในปี 2567 มีคดีหลอกลวงลงทุนผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อรายอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาท
แนวทางการป้องกัน
ตำรวจไซเบอร์แนะนำให้ประชาชนตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มลงทุนผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงไม่หลงเชื่อคำโฆษณาที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ
นอกจากนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของตำรวจไซเบอร์
ผู้ต้องหาทั้ง 8 รายถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท



