ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จับกุม นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี แม่ค้าออนไลน์ ในข้อหาร่วมกันข่มขู่รีดเอาทรัพย์ โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในคดีที่ผู้เสียหายถูกข่มขู่เรียกเงิน 50 ล้านบาท จากการขายภาพที่สร้างจาก AI (Artificial Intelligence) ของสตรีมเมอร์สาวชื่อดัง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการขายภาพ AI
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ผู้เสียหายซึ่งเป็นสตรีมเมอร์สาวชื่อดัง พบว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีนำภาพของเธอที่สร้างจาก AI ไปเผยแพร่และขายในกลุ่มลับบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่าเป็นภาพจริงที่ถ่ายจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านพัก สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความหวาดกลัวแก่ผู้เสียหาย ต่อมาผู้ต้องหาได้ติดต่อผู้เสียหายผ่านทางข้อความส่วนตัว ข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ภาพดังกล่าวให้กว้างขวางขึ้น หากไม่จ่ายเงินค่าไถ่จำนวน 50 ล้านบาท
การสืบสวนและจับกุม
ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หลังถูกข่มขู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาคือ นางสาวเอ ซึ่งเป็นแม่ค้าออนไลน์ขายเสื้อผ้า และมีพฤติกรรมโพสต์ข้อความข่มขู่ผู้เสียหายหลายครั้ง ตำรวจจึงขออนุมัติศาลออกหมายจับและเข้าจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก พร้อมยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ใช้ในการก่อเหตุ
ผู้ต้องหารับสารภาพทำคนเดียว
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวเอ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำความผิดเพียงคนเดียว โดยใช้ภาพ AI ที่สร้างขึ้นเองจากโปรแกรมตัดต่อ และไม่มีผู้ร่วมขบวนการอื่น เธออ้างว่าทำไปเพราะความเครียดและปัญหาทางการเงิน โดยไม่คิดว่าการกระทำจะผิดกฎหมายและส่งผลกระทบรุนแรง พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันข่มขู่รีดเอาทรัพย์ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337
ผลกระทบต่อเหยื่อและสังคม
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี AI สร้างภาพปลอมเพื่อหลอกลวงหรือข่มขู่ผู้อื่น ผู้เสียหายเปิดเผยว่าหลังจากถูกข่มขู่รู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าออกไปไหน ต้องปิดบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมด และต้องเข้ารับการบำบัดทางจิตใจ พลตำรวจตรี สถิตย์ พรมอุทัย ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า “คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยให้ประชาชนระมัดระวังการใช้เทคโนโลยี และหากตกเป็นเหยื่อควรแจ้งความทันที อย่าจ่ายค่าไถ่ เพราะจะทำให้ผู้กระทำผิดมีกำลังใจก่อเหตุซ้ำ”
บทเรียนและแนวทางป้องกัน
เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์และการใช้ AI อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแนะนำให้หลีกเลี่ยงการแชร์รูปภาพส่วนตัวบนโลกออนไลน์มากเกินไป และควรตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบัญชีให้รัดกุม นอกจากนี้ หากพบเห็นภาพที่ถูกสร้างจาก AI หรือสงสัยว่าถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม



