แม่ค้าขนมจีนแจ้งจับตำรวจเรียกค่าไถ่สินค้า ตร.แจงเป็นข่าวเท็จ
แม่ค้าขนมจีนแจ้งจับตำรวจเรียกค่าไถ่สินค้า ตร.แจงเป็นข่าวเท็จ

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวทางโซเชียลมีเดียว่า แม่ค้าขนมจีนรายหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า ถูกตำรวจในพื้นที่เรียกค่าไถ่สินค้าจำนวน 300 ห่อ มูลค่ากว่า 6,000 บาท โดยอ้างว่าตำรวจจะนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในชุมชน แต่กลับไม่ได้รับเงินค่าสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไป

ตำรวจชี้แจงข้อเท็จจริง

พล.ต.ต.ธนาวุฒิ สุจริตธนะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นข่าวเท็จ โดยไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ตำรวจในพื้นที่ไม่ได้มีการเรียกค่าไถ่หรือเรียกรับสินค้าจากร้านค้าแต่อย่างใด การแจ้งความของแม่ค้าดังกล่าวเป็นเพียงการเข้าใจผิดหรืออาจมีเจตนาแจ้งความเท็จ

ดำเนินคดีผู้แจ้งความเท็จ

พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย เจริญรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีและตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ พบว่าไม่มีเหตุการณ์ตามที่กล่าวอ้าง ตำรวจจึงได้ดำเนินการแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จแก่ผู้ที่แจ้งความในครั้งนี้ โดยอ้างอิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ตำรวจ

การแพร่กระจายของข่าวเท็จนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก พล.ต.ต.ธนาวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเสนอข่าวที่ไม่เป็นความจริงอาจทำให้สังคมเกิดความแตกแยกและไม่ไว้วางใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นอันตรายต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตำรวจจึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องปรามการกระทำดังกล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ประชาชนควรตรวจสอบข่าวก่อนแชร์

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะแชร์หรือเผยแพร่ข่าวสารออกไป โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย ประชาชนควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมและไม่สร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น