สาวใช้พม่าขโมยทอง 9 บาท พร้อมเงินสดกว่า 5 แสน หนีกลับประเทศ
สาวใช้พม่าขโมยทอง 9 บาท เงินสด 5 แสน หนีกลับประเทศ

ตำรวจ สน.คลองตัน เร่งสืบสวนติดตามตัวสาวใช้ชาวเมียนมา ที่ก่อเหตุลักทรัพย์ทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 9 บาท พร้อมเงินสดอีก 530,000 บาท จากบ้านพักในซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

รายละเอียดเหตุการณ์

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 16.00 น. พ.ต.ท.หญิง กนกพร วิริยะสกุลชัย รองผู้กำกับการสอบสวน สน.คลองตัน เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุจากนายจ้างชาวไทย อายุ 44 ปี ว่า ทรัพย์สินภายในบ้านหายไป โดยผู้ก่อเหตุเป็นสาวใช้ชาวเมียนมาชื่อ น.ส.จินดา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ซึ่งทำงานอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวมาเป็นเวลา 2 ปี

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า น.ส.จินดา ได้หยิบกระเป๋าเงินของนายจ้างที่วางไว้ในห้องนอน ภายในมีเงินสด 530,000 บาท และทองรูปพรรณ 5 เส้น น้ำหนักรวม 9 บาท มูลค่าประมาณ 300,000 บาท จากนั้นได้รีบออกจากบ้านไปขึ้นรถแท็กซี่ที่หน้ากซอย มุ่งหน้าไปยังสถานีขนส่งหมอชิต 2

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การหลบหนี

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางพบว่า น.ส.จินดา ได้เดินทางไปยังจังหวัดตาก แล้วข้ามแดนไปยังประเทศเมียนมาที่ด่านแม่สอด โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ เนื่องจากมีญาติอยู่ฝั่งเมียนมา จากการตรวจสอบประวัติพบว่า น.ส.จินดา เข้ามาทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมาย แต่ปัจจุบันพาสปอร์ตหมดอายุแล้ว

พ.ต.ท.หญิง กนกพร กล่าวว่า "ตอนนี้ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว การติดตามตัวทำได้ยาก เนื่องจากต้องประสานงานกับทางการเมียนมา เราได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับ และประสานตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) เพื่อติดตามตัวต่อไป"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อนายจ้าง

นายจ้างเปิดเผยว่า รู้สึกตกใจและเสียใจ เนื่องจากไว้ใจสาวใช้คนนี้มานาน ไม่เคยมีประวัติไม่ดีมาก่อน "ผมไว้ใจเธอมาก เพราะทำงานด้วยกันมา 2 ปี ไม่เคยมีปัญหา แต่เธอคงเห็นเงินก้อนใหญ่แล้วเกิดความโลภ ตอนนี้ผมเสียทั้งเงินและทองรวมเกือบ 1 ล้านบาท" นายจ้างกล่าว

ด้านเพื่อนบ้านในซอยสุขุมวิท 39 กล่าวว่า เห็นสาวใช้คนนี้เดินออกจากบ้านอย่างรีบเร่งในช่วงบ่าย แต่ไม่คิดว่าจะก่อเหตุ เพราะปกติเป็นคนอัธยาศัยดี

การดำเนินคดี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน" ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 หากจับตัวได้จะดำเนินคดีตามกฎหมาย และผลักดันออกนอกประเทศหลังรับโทษ

ทั้งนี้ ตำรวจฝากเตือนนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าว ควรตรวจสอบประวัติและเก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย หรือติดตั้งตู้เซฟเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว