ศาลลอสแองเจลิสตัดสิน Meta และ Google แพ้คดีเยาวชนเสพติดโซเชียล จ่ายชดเชย 200 ล้านบาท
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า คณะลูกขุนในลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ได้ตัดสินคดีให้หญิงสาววัย 20 ปีคนหนึ่งชนะคดีที่เธอฟ้องร้อง Meta และ Google เกี่ยวกับการเป็นผู้ทำให้เธอเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ในวัยเด็ก โดยศาลสั่งให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยมูลค่าสูงถึง 200 ล้านบาท แม้ว่าฝั่งผู้แพ้จะไม่เห็นด้วยและเตรียมยื่นอุทธรณ์ในวันนี้ (26 มีนาคม 2569)
รายละเอียดคำตัดสินและค่าเสียหาย
คณะลูกขุนพบว่า Meta ซึ่งเป็นเจ้าของ Instagram, Facebook และ WhatsApp รวมถึง Google เจ้าของ YouTube จงใจสร้างแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่ทำให้เสพติด ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของหญิงสาวที่รู้จักกันในชื่อ Kaley โดยเธอได้รับค่าเสียหาย 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 200 ล้านบาท) แบ่งเป็นค่าชดเชยความเสียหาย 3 ล้านดอลลาร์ และค่าเสียหายเชิงลงโทษเพิ่มเติมอีก 3 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากศาลพิจารณาว่า Meta และ Google "กระทำการด้วยเจตนาร้าย การกดขี่ หรือการฉ้อโกง" ในวิธีการที่บริษัทดำเนินการแพลตฟอร์มของตน
ทั้งนี้ Meta จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายของ Kaley 70% และ Google รับผิดชอบส่วนที่เหลือ 30% ผลลัพธ์นี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อคดีที่คล้ายกันอีกหลายร้อยคดีที่กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลสหรัฐฯ
ปฏิกิริยาจาก Meta และ Google
ด้านผู้แทนจาก Meta และ Google กล่าวแยกกันว่าไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าวและเตรียมจะยื่นอุทธรณ์ทั้งคู่ โดยบริษัท Meta กล่าวว่าปัญหาสุขภาพจิตของวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ "ซับซ้อนอย่างยิ่ง" และไม่สามารถชี้เป้าไปที่ "แอปใดแอปหนึ่งเพียงแอปเดียว" ว่าเป็นต้นเหตุได้ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าสู้คดีอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าแต่ละกรณีมีรายละเอียดที่ต่างกัน และที่ผ่านมาพวกเขามีประวัติการทำงานที่ดีในการปกป้องเยาวชนบนโลกออนไลน์
ขณะที่โฆษกของ Google กล่าวว่า "คดีนี้เข้าใจผิดเกี่ยวกับ YouTube ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่เว็บไซต์โซเชียลมีเดีย"
บริบทและผลกระทบที่กว้างขึ้น
คำตัดสินในลอสแองเจลิสออกมาหนึ่งวันหลังจากที่คณะลูกขุนในนิวเม็กซิโกพบว่า Meta มีความผิดในวิธีการที่แพลตฟอร์มของบริษัทเป็นอันตรายต่อเด็กและทำให้พวกเขาได้รับชมสื่อลามกอนาจาร รวมถึงติดต่อกับผู้ล่วงละเมิดทางเพศ ไมค์ พรูซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของบริษัทที่ปรึกษา Forrester กล่าวว่าคำตัดสินที่ออกมาติดต่อกันนี้เน้นย้ำถึงจุดแตกหักระหว่างบริษัทโซเชียลมีเดียกับสาธารณชน
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย ได้กำหนดข้อจำกัดสำหรับเด็กเพื่อหยุดหรือจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ขณะที่สหราชอาณาจักรกำลังดำเนินโครงการนำร่องเพื่อดูว่าการห้ามใช้โซเชียลมีเดียสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีจะได้ผลหรือไม่ พรูซ์เสริมว่า "ความรู้สึกเชิงลบต่อโซเชียลมีเดียสะสมมานานหลายปีแล้ว และตอนนี้มันก็ถึงจุดเดือดในที่สุด"
นอกจากนี้ ระหว่างการปรากฏตัวต่อหน้าคณะลูกขุนในเดือนกุมภาพันธ์ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ประธานและซีอีโอของ Meta ได้อ้างถึงนโยบายที่บริษัทใช้มาอย่างยาวนานในการไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีใช้งานแพลตฟอร์มใดๆ ของบริษัท



