ลาวส่งกลับ 24 คนไทยเอี่ยวแก๊งคอลฯ ปลอมเป็นตำรวจหลอกเหยื่อ
ลาวส่งกลับ 24 คนไทยเอี่ยวแก๊งคอลฯ ปลอมเป็นตำรวจ

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 15.00 น. ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย (ตม.เชียงราย) ร่วมกับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (สอท.4) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย (พมจ.เชียงราย) ฝ่ายปกครอง และหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เชียงราย รับมอบตัวคนไทยจำนวน 24 คน ที่ทางการแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ส่งตัวกลับมายังประเทศไทยเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

การส่งมอบตามบันทึกเลขที่ 0856

การส่งมอบเป็นไปตามบันทึกการส่งมอบ-รับมอบตัวผู้ถูกกักตัว เลขที่ 0856 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ส่งมอบผู้ถูกกักตัวชาวไทยให้กับฝ่ายไทยเมื่อเวลา 15.30 น. รวมทั้งสิ้น 24 คน แบ่งเป็นชาย 15 คน และหญิง 9 คน อายุตั้งแต่ 19-41 ปี เดินทางมาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ บางรายใช้หนังสือผ่านแดน (Border Pass) ในการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ชายแดน

พบหมายจับ 2 ราย คดีฉ้อโกงและพรบ.คอมพิวเตอร์

เจ้าหน้าที่พบข้อมูลหมายจับในคดีสำคัญจำนวน 2 ราย ได้แก่ นายศรายุ อายุ 25 ปี มีหมายจับของศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ 2 หมาย และศาลจังหวัดมหาสารคาม ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ในข้อหา "ฉ้อโกงและ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ" และนายสมศักดิ์ อายุ 33 ปี มีหมายจับของศาลแขวงพระนครใต้ ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 (สน.บางรัก) ในข้อหา "ฉ้อโกงและ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ" เช่นเดียวกัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ของกลางยึดได้ ประกอบด้วยมือถือ iPhone, Vivo, Samsung, โน้ตบุ๊ก และพาสปอร์ต

ทางการลาวได้ส่งมอบทรัพย์สินของกลางที่ตรวจยึดได้ให้กับฝ่ายไทย เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีและดำเนินการตามกฎหมาย ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ iPhone จำนวน 5 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ Vivo จำนวน 5 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ Samsung จำนวน 1 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 4 เครื่อง และหนังสือเดินทาง (Passport) จำนวน 20 เล่ม

คัดกรองและสอบสวนโดยตำรวจ สอท.4

ภายหลังรับตัว เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้นำผู้ถูกส่งมอบทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ซักถาม และตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด โดยตำรวจ สอท.4 จะตรวจสอบความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อไป ส่วนผู้ที่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจะได้รับการคัดแยกและช่วยเหลือตามขั้นตอนของรัฐ

การส่งกลับครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างไทยและลาวในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ปลอมแปลงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหลอกลวงเหยื่อ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก