จากกรณี "น้องวา" นักศึกษาสาววัย 19 ปี ตัดสินใจจบชีวิตด้วยการกระโดดสะพานข้ามแม่น้ำมูล เนื่องจากถูกอดีตแฟนหนุ่มขู่ปล่อยภาพลับ ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 มิถุนายน 2569 นายอนุชา หรือ "ปอนด์" อายุ 23 ปี อดีตแฟนหนุ่มได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี ตามความสมัครใจแล้ว
รับสารภาพกดดันจนอีกฝ่ายทนไม่ไหว
นายอนุชาให้การรับสารภาพว่า ตนและผู้ตายคบหากันประมาณ 5 เดือน ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะขอเลิกราเนื่องจากหมดรัก ตนซึ่งยังทำใจไม่ได้จึงพยายามตามตื๊อ ส่วนประเด็นภาพส่วนตัวนั้นยอมรับว่าเคยมีจริงแต่ได้ลบไปแล้ว
นายอนุชาให้การต่อว่า ตนพยายามเหนี่ยวรั้งฝ่ายหญิงด้วยการยื่นข้อเสนอแกมบังคับว่า หากอยากให้เลิกยุ่งต้องกลับมาคุยและเลิกคุยกับคนใหม่ทุกคน ซึ่งตนทราบดีว่าพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้น้องวาเครียดหนัก จนถึงขั้นส่งภาพรอยแผลจากการทำร้ายตัวเองมาให้ดู แต่ตนก็ยังไม่หยุด จนนำไปสู่เหตุสลดในที่สุด
นายอนุชายอมรับด้วยความโศกเศร้าว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องตนก็นอนไม่หลับ เพราะภาพตอนที่น้องวากระโดดติดตาอยู่ตลอดเวลา หากย้อนเวลากลับไปได้ตนจะไม่ทำเช่นนี้เด็ดขาด พร้อมกล่าวขอโทษครอบครัวฝ่ายหญิงและฝากเตือนสังคมว่าอย่าใช้วิธีการบังคับข่มขู่ในความสัมพันธ์
พ่อฝ่ายชายร้องไห้ขอโทษครอบครัวคนตายและสังคม
ขณะที่พ่อของนายปอนด์ ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับลูกชาย เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตนต้องขอโทษพ่อแม่น้องวาและสังคมกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตนไม่ทราบเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งมาก่อน ทราบเพียงว่าน้องเคยขอให้ลูกชายช่วยลบรูป ซึ่งตนก็ได้ตักเตือนไปแล้วแต่ไม่คิดว่าจะบานปลายถึงขั้นข่มขู่คุกคาม จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จากลูกชายในเช้าวันเกิดเหตุว่าน้องวาเสียชีวิตแล้ว ตนรู้สึกสะเทือนใจมาก
ครอบครัวน้องวาเผยความกดดันและหลักฐาน
นางลักษคนึง คำลีมัด อายุ 46 ปี น้าสาวหัวใจแทบสลาย เล่าถึงเหตุการณ์ในวันที่ได้รับแจ้งข่าวร้ายว่า ในตอนแรกไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง คิดว่าเป็นสายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนกระทั่งได้รับคำยืนยันจากพ่อของน้องวา ว่าน้องกระโดดสะพานจริง จึงรีบตั้งสติและพากันไปที่จุดเกิดเหตุด้วยความหวังอันริบหรี่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในคืนวันศุกร์ น้องยังมาทานข้าวด้วยกันอย่างปกติ ไม่มีท่าทีซึมเศร้าหรือส่อเค้าพฤติกรรมเสี่ยงใดๆ
น้าสาวเผยด้วยความกังขาและเจ็บปวดว่า ที่ผ่านมาน้องวาไม่เคยเล่าเรื่องราวความรักกับชายหนุ่มคนนี้ให้คนในครอบครัวฟัง ทราบเพียงว่าน้องไปปรึกษาคนอื่นจนกระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้น อยากขอวอนให้ทางตำรวจเร่งติดตามตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และขอให้เดินทางมาขอขมาศพน้องเป็นครั้งสุดท้าย
ขณะที่พี่สาวของน้องวา บอกว่า น้องเป็นเด็กขยันและเข้มแข็งมาโดยตลอด ไม่เคยสร้างภาระให้ครอบครัว ก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งวันน้องยังโทรมาขอให้ช่วยเติมเงินโทรศัพท์ เพื่อจะโทรไปจัดการกับอดีตแฟนหนุ่มที่คอยข่มขู่คุกคาม ซึ่งพี่สาวเชื่อมั่นว่าน้องต้องแบกรับความกดดันอย่างหนักจากหลักฐานแชตและคลิปวิดีโอที่ถูกขู่ว่าจะนำไปประจานลงสื่อสังคมออนไลน์ แม้ฝ่ายชายจะอ้างว่าลบภาพเหล่านั้นไปแล้ว แต่ครอบครัวไม่ปักใจเชื่อ
ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา
พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ไกรราช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี เปิดเผยว่า หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานจากครอบครัวและเครือข่ายจิตอาสาแล้ว เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้ง 3 ข้อหาแก่นายปอนด์ ได้แก่ ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ, คุกคามทางเพศผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายคำพันธ์ พ่อของน้องวา ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายอนุชา โดยมี พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา ที่ปรึกษาทางกฎหมาย พร้อมด้วย นายชาญวิทย์ ยอดสิงห์ เจ้าของเพจบ้านเฮียชาญ อุ้ยอุบล และกลุ่มเครือข่ายจิตอาสาภาคประชาชนอุบล ร่วมติดตามความคืบหน้าคดี
โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง ภายหลังการสอบปากคำ นายชาญวิทย์ ได้มอบเงินจากการปล่อยบูชาพระเครื่องขุนแผนพรายกุมาร จำนวน 46,400 บาท ให้แก่นายคำพันธ์ เพื่อนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ โดยมี พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ไกรราช ร่วมเป็นสักขีพยาน สร้างความตื้นตันใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสียเป็นอย่างมาก
สำหรับการจัดงานศพ ขณะนี้ครอบครัวยังไม่กำหนดวันประกอบพิธีที่ชัดเจน เนื่องจากต้องรอคุณแม่ของน้องวาเดินทางกลับจากต่างประเทศเสียก่อน



