หนุ่มใหญ่ถูกกระบะเมาแล้วขับชนแฟนตาย กลับโดนข้อหาประมาทร่วม ตำรวจแจงแล้ว
หนุ่มใหญ่ถูกกระบะเมาแล้วขับชนแฟนตาย โดนข้อหาประมาทร่วม

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย นาคตระกูล อายุ 57 ปี พร้อมลูกสาวชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลตะคร้อ อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ได้นำเอกสารที่ถูกแจ้งข้อหาประมาทร่วมและหลักฐานคลิปจากกล้องวงจรปิด จากกรณีที่ตนและแฟนถูกรถกระบะฝั่งตรงข้ามที่วิ่งสวนทางและเสียหลักข้ามเกาะมาพุ่งชน มาขอความเป็นธรรม โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 จนทำให้แฟนของนายสมชายที่นั่งมาด้วยเสียชีวิต ส่วนคู่กรณีคือ นายสุรินทร์ ไม้แก้ว ซึ่งขับกระบะสีขาว ทะเบียนนครสวรรค์ ที่สวนทางข้ามเกาะก็ได้เสียชีวิตเช่นกัน

รายละเอียดเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่บริเวณริมถนนท่าตะโก-นครสวรรค์ ใกล้กับเทศบาลตำบลท่าตะโก พบรถของนายสมชายและแฟนสาว ขับจากจังหวัดนครสวรรค์มุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอท่าตะโก เพื่อจะผ่านไปยังอำเภอไพศาลี โดยเมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นมีรถกระบะสีขาวของนายสุรินทร์คู่กรณีที่เสียชีวิต ที่มุ่งหน้าออกจากอำเภอท่าตะโก ที่สวนทางอยู่คนละฝั่งถนนกัน เกิดเสียหลักชนเกาะกลางแล้วทำให้ยางระเบิด และข้ามมาชนประสานงากับรถของตนอย่างแรง จนทำให้แฟนของตนเสียชีวิตคาที่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายสมชายเผยความรู้สึกและข้อสงสัย

นายสมชาย เผยว่า ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุคดีเงียบมาเป็นระยะเวลา 4 เดือน จนวันนี้ 18 มิถุนายน 2569 ได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาว่าตนมีความผิดในข้อหาประมาทร่วม โดยมีข้อความตอนหนึ่งระบุไว้ว่า 'ก่อนเกิดเหตุชน 3 วินาทีตนขับรถแช่ขวาไม่แตะเบรกเลยตลอด 3 วินาที แสดงถึงความขาดความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นต้องมีตามนิสัยและพฤติการณ์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 49 วรรค 4 และในบริเวณที่เกิดเหตุเป็นทางขยาย 4 ช่องจราจรทางด้านซ้ายว่างอยู่ 2 ช่องทางไม่มีสิ่งกีดขวางและตามพ.ร.บ. จราจรทางบกมาตรา 34-35 ผู้ต้องหาคันนี้ (นายสมชาย) มีหน้าที่ต้องขับชิดช่องทางซ้ายอยู่แล้ว หากผู้ต้องหาปฏิบัติตามกฎหมายจราจรและชิดซ้ายหรือหักหลบเข้าช่องซ้ายเมื่อเห็นภัยอุบัติเหตุและการสูญเสียของผู้โดยสารย่อมไม่เกิดขึ้น ในคดีนี้ ผู้ขับขี่ทั้งสองฝ่ายต่างขับขี่ด้วยความประมาทไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน'...ทั้งนี้ ทำให้เกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก เพราะในวันเกิดเหตุคู่กรณีก็มีลักษณะมึนเมา ซึ่งต่อมาวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ถึง 299 มิลลิกรัม% ซึ่งก็มีการลงบันทึกไว้อย่างชัดเจน ตนมองว่าความประมาทและความไม่พร้อมของคู่กรณีต่างหากที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ลูกสาวของนายสมชายขอความเป็นธรรม

ขณะที่ ลูกสาวของนายสมชาย กล่าวว่า 'สงสัยตั้งแต่วันแรกที่ตำรวจเห็นกล้องวงจรปิดที่ระบุชัดเจนว่า คู่กรณีที่ขับรถชนกับพ่อตนเป็นฝ่ายผิดชัดเจน แต่พอผ่านไป 2-3 เดือน ได้กระแสมาตลอดว่าอุบัติเหตุครั้งนี้จะออกมาเป็นการประมาทร่วม ซึ่งพอถึงวันนี้ก็เป็นจริงๆ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับพ่อของตนที่ต้องนอนรักษาตัว ขาทั้งสองข้างหักยังไม่สามารถเดินได้ และไม่ได้ทำงานมา 4 เดือนแล้ว ต้องหมดค่ารักษาไปกว่า 4 แสนบาท'

ตำรวจชี้แจงเหตุผลทางกฎหมาย

ทางด้าน ร้อยตำรวจเอกสุทธิกรรณ์ เอี่ยมสำอาง ร้อยเวรเจ้าของคดี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า 'เหตุที่ต้องแจ้งข้อหาประมาทร่วม เนื่องจากคู่กรณีฝ่ายที่ร้องเรียนขับรถชิดขวาบนถนน 4 เลน ซึ่งตามกฎหมายเมื่อถึงถนน 4 เลนจะต้องชิดซ้ายเท่านั้น ยกเว้นมีการกลับรถ ส่วนคู่กรณีที่เมาแล้วขับมาชนก็แจ้งข้อหาเดียวกัน ส่วนการฟ้องร้องค่าเสียหายก็ต้องไปฟ้องร้องกับญาติของผู้เสียชีวิตต่อไป'