นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 55 ปี แม่ค้าขายปลาหมึกแห้งในจังหวัดสมุทรสาคร ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์หลอกลวงจนสูญเงินถึง 3,727,000 บาท โดยคนร้ายอ้างว่ามีพัสดุผิดกฎหมายและมีการฟอกเงิน ทำให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้หลายครั้ง
เหตุการณ์เริ่มต้น
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 เวลาประมาณ 14.00 น. นางสาวเอได้รับโทรศัพท์จากหญิงอ้างเป็นพนักงานไปรษณีย์แจ้งว่ามีพัสดุตกค้างซึ่งมีบัตรประชาชนและบัตรเครดิตจำนวนมากในชื่อของเธอ จากนั้นโอนสายให้ชายอ้างเป็นตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและคดียาเสพติด โดยให้โอนเงินไปตรวจสอบความบริสุทธิ์
การหลอกลวงและความเสียหาย
นางสาวเอถูกหลอกให้โอนเงินรวม 7 ครั้ง ได้แก่ ครั้งละ 300,000 บาท, 400,000 บาท, 500,000 บาท, 600,000 บาท, 700,000 บาท, 800,000 บาท และ 1,027,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,727,000 บาท โดยคนร้ายข่มขู่ว่าห้ามบอกใคร หากไม่เชื่อจะถูกดำเนินคดี นางสาวเอรู้ตัวว่าถูกหลอกเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม หลังจากที่คนร้ายยังคงโทรมาขอให้โอนเงินเพิ่มอีก 2 ล้านบาท
การดำเนินคดี
นางสาวเอเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร พร้อมนำหลักฐานการโอนเงินและหมายเลขโทรศัพท์ของคนร้ายมอบให้ตำรวจ พล.ต.ต.อัครเดช พิมลศรี ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เปิดเผยว่า “เราจะเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและติดตามเงินคืนให้ผู้เสียหาย พร้อมทั้งประสานธนาคารเพื่ออายัดบัญชีที่เกี่ยวข้อง” เบื้องต้นพบว่าบัญชีที่รับโอนเงินอยู่ในชื่อของบุคคลอื่น คาดว่าเป็นบัญชีม้า
คำเตือนจากตำรวจ
ตำรวจไซเบอร์เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะการให้โอนเงินหรือติดตั้งแอปพลิเคชันที่อาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะนี้ให้วางสายทันทีและแจ้งสายด่วน 191 หรือ 1441 เพื่อขอคำปรึกษา



