แผ่นปูนอาคารอายุกว่า 100 ปี ทรุดตัวทับชายเสียชีวิตใกล้วัดไตรมิตรฯ
แผ่นปูนอาคารอายุกว่า 100 ปี ทรุดตัวทับชายเสียชีวิต

เมื่อเวลา 16.52 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.ธนเดช มารยาทตร์ รอง สว.(สอบสวน) สน.พลับพลาไชย 2 รับแจ้งเหตุระเบียงอาคารทรุดตัวมีผู้บาดเจ็บสาหัส หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ใกล้เคียงวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนพระรามที่ 4 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วิทวัส เข่งคุ้ม ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสวนมะลิ

ที่เกิดเหตุและสภาพความเสียหาย

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ปลูกติดกัน 5 คูหา ตั้งแต่เลขที่ 56-64 สูง 2 ชั้น จุดเกิดเหตุเปิดเป็นบริษัทขายอุปกรณ์ไฟฟ้า บนฟุตปาธหน้าบริษัทพบแผ่นปูนขนาดใหญ่ยาวประมาณ 15 เมตร ร่วงลงมาทับร่างนายประวิทย์ ตุลาพันธ์ อายุ 67 ปี สามีเจ้าของบริษัท บาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยช่วยกันยกแผ่นปูนออกอย่างทุลักทุเล จากนั้นทำการปั๊มหัวใจเบื้องต้นแล้วรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ในที่เกิดเหตุยังพบรถยนต์ที่จอดอยู่ริมฟุตปาธได้รับความเสียหายอีก 3 คัน ประกอบด้วย รถเก๋งนิสสัน ซันนี่ สีเทาดำ ทะเบียน 5กล 1757 กรุงเทพมหานคร รถตู้นิสสัน เซเรน่า สีขาว ทะเบียน 6ขถ 2590 กรุงเทพมหานคร และรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีเทา ทะเบียน 9กร 816 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของผู้เสียชีวิต ถูกชายคาปูนร่วงลงมาใส่กันสาดปูนชั้น 2 ลงมาทับถึง 2 ชั้น นอกจากนี้มีเสาไฟปูนเอียง 1 ต้น เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต้องทำการตัดไฟและต่อไฟชั่วคราวให้ชาวบ้านใช้ไปก่อน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำให้การของพยาน

นายไพฑูรย์ กาญจนศร อายุ 48 ปี พนักงานบริษัทที่เกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนายประวิทย์เดินทางมากับลูกสาวเพื่อมารับภรรยากลับบ้าน โดยจะมารับทุกวันเสาร์ เพราะวันอาทิตย์บริษัทหยุด เมื่อนายประวิทย์ขับรถมาถึงกำลังจะจอดรถหน้าบริษัท ตนจึงออกมาโบกให้จอด ขณะที่รถจอด ลูกสาวเดินลงจากรถเข้าไปหามารดาด้านในบริษัทก่อน เมื่อนายประวิทย์จอดรถเสร็จ เปิดประตูเดินขึ้นเหยียบฟุตปาธ ตนได้ยินเสียงปูนลั่น คิดว่าฝนตก สุดท้ายระเบียงปูนร่วงลงมาใส่ร่างนายประวิทย์ ตนตกใจรีบวิ่งออกมาช่วยเอาแผ่นปูนออก แต่ยกไม่ไหว จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

สาเหตุเบื้องต้นและการดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาคารดังกล่าวมีอายุกว่า 100 ปี มีการเปลี่ยนหลังคาใหม่แต่ใช้โครงสร้างเดิม ส่วนชายคาปูนที่ร่วงลงมาคาดว่าเกิดจากความผุพังของปูน เจ้าหน้าที่ต้องกันพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อันตราย เพราะกันสาดปูนชั้น 2 ได้รับแรงกระแทกจากชายคาชั้นบนร่วงลงมาแต่บางส่วน ในส่วนที่เหลือไม่สามารถระบุได้ว่าจะร่วงลงมาเมื่อใด

ต่อมาเวลา 18.57 น. ร.ต.อ.ภูวนัย ศิลลา รองสารวัตรจราจร สน.พลับพลาไชย 2 เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีปริมาณรถหนาแน่น และในช่วงเวลาประมาณ 16.40 น. ได้รับแจ้งเหตุอาคารพาณิชย์ถล่ม เมื่อเดินทางมาถึงพบว่าเป็นอาคารพาณิชย์ 5 คูหา 2 ชั้น สิ่งที่ถล่มลงมาคืออิฐที่อยู่ใต้กันสาด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากสภาพที่เก่า เพราะอาคารมีอายุกว่า 100 ปี แต่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ส่วนการเปิดการจราจรบนถนนสายดังกล่าว ยังไม่สามารถระบุเวลาได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ายังคงอยู่ระหว่างตัดกระแสไฟฟ้าและเร่งเคลียร์พื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังมีความเสี่ยงจากเศษวัสดุที่อาจพังถล่มเพิ่มเติมได้ หากการเคลียร์พื้นที่แล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเปิดการจราจรตามปกติ แต่ในส่วนของอาคารทั้ง 5 คูหา จะต้องปิดกั้นพื้นที่ไว้ก่อนจนกว่าการตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างของอาคาร

สำหรับเศษอิฐและวัสดุก่อสร้างที่ตกลงมาทับทางเท้านั้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะต้องรอให้หน่วยงานด้านโยธาเข้าประเมินความปลอดภัยและวางแผนการรื้อถอน ก่อนดำเนินการเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งเข้าดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้ซากวัสดุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พลับพลาไชย 2 จะยังคงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ