รวบหนุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมบทพันโท หนีกลับไทยถูกจับคากทม.
รวบหนุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมบทพันโท หนีกลับไทยถูกจับ

รวบหนึ่งสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กองร้อยปอยเปต หนีกลับมากบดานไทย

พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.ท.พรเสกข์ เชาวสันต์ และ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ตาแว่น สว.กก.1 บก.ปอท. ร่วมกันจับกุม นายอมรเทพ หรือ ต้า อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 333/2568 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2568 ในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม โดยจับกุมได้ที่บริเวณแขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

สืบเนื่องจากคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมเป็นตำรวจ

สืบเนื่องจากเมื่อกลางปี 2567 ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่งกายคล้ายตำรวจ โทรศัพท์และวิดีโอคอลข่มขู่ หลอกให้โอนเงิน เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนขยายผล และสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้หลายราย ทั้งกลุ่มบัญชีม้า กลุ่มโทรหลอก และกลุ่มฟอกเงิน ต่อมาพบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับเพิ่มเติม รวมถึงหัวหน้าขบวนการชาวจีน โดยพบว่าผู้ต้องหาบางส่วนแยกย้ายหลบหนีกลับไปกบดานยังภูมิลำเนาของตน

ผู้ต้องหาหลบหนีกลับไทย เตรียมกลับเขมรแต่ถูกจับ

เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายอมรเทพ ผู้ต้องหารายนี้ ได้ย้อนกลับเข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย และกำลังเตรียมเดินทางกลับไปยังปอยเปต ประเทศกัมพูชา อีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว จนกระทั่งพบตัวและเข้าจับกุมได้ในที่สุด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผู้ต้องหารับสารภาพสวมบทพันโท วิดีโอคอลข่มขู่

จากการสอบสวน นายอมรเทพให้การรับสารภาพว่า เพิ่งเดินทางกลับเข้าประเทศไทยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 และกำลังจะเดินทางกลับไปทำงานต่อที่ประเทศกัมพูชา แต่ถูกจับกุมเสียก่อน ส่วนบทบาทในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ยอมรับว่าในช่วงแรกถูกหลอกให้ไปเป็นบัญชีม้า ก่อนผันตัวเข้าร่วมแก๊ง โดยทำหน้าที่แต่งกายเลียนแบบตำรวจ วิดีโอคอลข่มขู่ผู้เสียหายให้เกิดความหวาดกลัวและยอมโอนเงิน โดยสวมบทเป็น “พันโท” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป