ชาวบ้านหาอึ่งเจอทหารกัมพูชาไล่ยิง ต้องทิ้งมอเตอร์ไซค์หนีตาย
ชาวบ้านหาอึ่งเจอทหารกัมพูชาไล่ยิง ต้องทิ้งรถหนีตาย

ชาวบ้านแนวชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ต่างตื่นตระหนก หลังจากออกไปหาอึ่งบริเวณท้ายเขื่อนแล้วพบกับทหารกัมพูชาอาวุธครบมือ พร้อมส่องไฟฉายและยิงปืนขู่ ทำให้ต้องทิ้งรถมอเตอร์ไซค์และซ่อนตัวก่อนที่จะหนีมาได้อย่างหวุดหวิด พร้อมยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของฝั่งไทย

เหตุการณ์ตึงเครียดกลางป่า

วันนี้ (9 พ.ค. 2569) มีรายงานว่า ชาวบ้านสายโท 3 ใต้ ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เกิดความตื่นตระหนกหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวบ้านจำนวน 2 คน ออกไปหาอึ่งบริเวณบุตาพุ่ม ท้ายเขื่อนหลังหมู่บ้าน แล้วไปเจอกับทหารกัมพูชากว่า 10 คน พร้อมอาวุธครบมือ ทำให้ต้องทิ้งรถจักรยานยนต์และอึ่งที่หามาได้เพื่อหนีเอาชีวิตรอดอย่างหวุดหวิด จากการตรวจสอบพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณบนดงแถว "ฐานแมงป่อง" ซึ่งอยู่ในเขตอธิปไตยของประเทศไทย

การช่วยเหลือและความหวาดกลัว

เช้าวันนี้ ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาชาวบ้านไปชี้จุดเกิดเหตุและนำรถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้กลับคืนมาได้ แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังอยู่ในอาการหวาดผวา เกรงว่าจะเกิดเหตุปะทะครั้งที่ 3 อีกหรือไม่

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำให้การจากผู้ประสบเหตุ

นางกัลย์สุดา บุตรเพชร อายุ 51 ปี อยู่บ้านในพื้นที่หมู่ 7 บ้านสายโท 1 ใต้ ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นภรรยาของคนหาอึ่งที่ไปประสบเหตุ เล่าว่า เวลาประมาณ 19.00 น. คืนที่ผ่านมา หลังฝนหยุดตก สามีได้ออกไปหาอึ่งกับน้องชายรวม 2 คน โดยมีเป้าหมายไปที่ "บุตาพุ่ม" ซึ่งอยู่บริเวณท้ายเขื่อน และเป็นบริเวณที่สามีถนัดเข้าไปหาของป่าเป็นประจำ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เวลาประมาณ 20.30 น. สามีโทรศัพท์มาหาในลักษณะกระซิบบอกว่า "เติมเงินโทรศัพท์ด้วย" และบอกว่าไปเจอทหารกัมพูชาแล้วตัดสายไป ตอนนั้นรู้สึกกังวลมาก ให้ลูกเติมเงินให้แต่โทรไปอีกก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ยิ่งรู้สึกเป็นห่วงเกรงว่าสามีจะได้รับอันตราย จึงประสานผู้ใหญ่บ้านให้หาทางช่วยเหลือ และสามีกลับมาได้เวลาประมาณ 24.00 น. แต่รถจักรยานยนต์ถูกทิ้งไว้ในป่า

นาทีเอาชีวิตรอด

นายอภิรักษ์ บุตรเพชร อายุ 63 ปี อยู่บ้านในหมู่ 7 บ้านสายโท 1 ใต้ ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด เล่านาทีที่ไปเจอทหารกัมพูชา ว่า ตนไปกับน้อง 2 คน น้องเดินนำหน้าห่างกันประมาณ 50 เมตร ระหว่างนั้นตนเห็นไฟฉาย 3 ดวง คิดว่าเป็นคนบ้านเดียวกันที่ไปหาอึ่ง จึงเดินไปหาแล้วถามว่า "ได้เยอะไหม" พอเดินเข้าไปใกล้กลับพบว่าเป็นทหารกัมพูชา 3 นาย อาวุธครบมือทั้งปืนและมีด ตนตกใจทำอะไรไม่ถูก เช่นเดียวกับทหารกัมพูชาที่ตกใจคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน แต่สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ตนจึงบอกว่าได้ยินเสียงอึ่งเดินออกมาแล้วปิดไฟวิ่งต่อ

จากนั้นมีทหารกัมพูชาอีกประมาณ 10 คนวิ่งตามตนมา ตนจึงวิ่งเข้าไปหลบอยู่พุ่มไม้แล้วเทอึ่งที่จับได้ทิ้ง ส่วนน้องที่มาด้วยกันก็อ้อมไปอีกทางหนึ่ง หลบซ่อนตัวอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมงจึงเดินออกมา โดยทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ที่บริเวณนั้นเพื่อเอาตัวรอด ก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนของทหารกัมพูชาดังขึ้น 1 นัด โชคดีที่ป่านี้ตนรู้จักทั้งหมด จำต้นไม้ได้ทุกต้นจึงหนีออกมาได้

พื้นที่พิพาทและความกังวล

นายอภิรักษ์เล่าด้วยว่า บริเวณที่พวกตนไปหาอึ่งเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ห่างจากชายแดนประมาณ 1-2 กิโลเมตร แต่ไม่ทราบว่าทหารกัมพูชาเข้ามาลึกได้อย่างไร มีความเป็นไปได้หลายอย่าง เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดที่มักมีคนนำสินค้าหรือของเถื่อนผ่านบริเวณนี้