นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากสร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ขาดความรู้ด้านเทคโนโลยี
มาตรการเร่งด่วน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อตัดวงจรการทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเน้นการสกัดกั้นบัญชีม้าและการอายัดเงินที่ถูกหลอกลวง
ความร่วมมือระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชาและเมียนมา ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมาก เพื่อขอความร่วมมือในการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการปฏิบัติการร่วมกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยในปีที่ผ่านมามีผู้เสียหายมากกว่า 100,000 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50,000 ล้านบาท
บทลงโทษที่รุนแรงขึ้น
นายกฯ ยังได้เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงผู้ที่เปิดบัญชีม้าและผู้ที่ให้การสนับสนุน โดยให้มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี และปรับสูงสุด 1 ล้านบาท
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่โทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือสถาบันการเงิน และหากสงสัยให้โทรสอบถามที่สายด่วน 1441 หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
รัฐบาลจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากภัยออนไลน์ และลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต



