ตร.รวบหนุ่มใหญ่ชาวจีนขายบริการทางเพศออนไลน์ผ่านแอปหาคู่
ตร.รวบหนุ่มจีนขายบริการทางเพศออนไลน์ผ่านแอปหาคู่

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบช.ก. พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ก. และ พ.ต.อ.ไพโรจน์ ใจดี ผกก.1 บก.ปอท. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายหวัง (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ชาวจีน ซึ่งลักลอบขายบริการทางเพศออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ โดยจับกุมได้ภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 9

พฤติการณ์การกระทำผิด

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลชาวจีนใช้แอปพลิเคชันหาคู่เพื่อชักชวนและขายบริการทางเพศให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยคิดค่าบริการครั้งละ 3,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทบริการ จากการสืบสวนพบว่า นายหวังมีพฤติกรรมดังกล่าวมานานกว่า 1 ปี และมีรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท

การจับกุม

เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบสถานที่พักอาศัยของนายหวัง จึงขอหมายค้นจากศาลอาญา เข้าตรวจค้นห้องพักภายในคอนโดมิเนียม พบนายหวังกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ และตรวจพบหลักฐานสำคัญ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซิมการ์ด และบัญชีแอปพลิเคชันหาคู่หลายบัญชีที่ใช้ในการติดต่อลูกค้า

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
  • ซิมการ์ด 5 ซิม
  • บัญชีแอปพลิเคชันหาคู่ 10 บัญชี

ข้อกล่าวหา

นายหวังถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต” และ “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” เนื่องจากตรวจพบว่าเขาอยู่ในประเทศไทยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

คำให้การผู้ต้องหา

นายหวังให้การรับสารภาพว่า ตนเดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อปี 2562 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว แต่ต่อมาได้เปลี่ยนมาทำงานขายบริการทางเพศผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ โดยมีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเที่ยวในประเทศไทย และยอมรับว่าทำมาเป็นเวลานานแล้ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มการกระทำผิด

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเข้ามาประกอบอาชีพผิดกฎหมายในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการขายบริการทางเพศผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่ตรวจสอบยาก และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ตำรวจจึงจะเพิ่มมาตรการปราบปรามอย่างเข้มงวด

ด้าน พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวเสริมว่า การกระทำผิดในลักษณะนี้ถือเป็นภัยคุกคามทางสังคม และเป็นการแย่งอาชีพของคนไทย จึงขอให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแสหากพบเห็นการกระทำผิด โดยสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ สายด่วนตำรวจสอบสวนกลาง 1135