วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวอารยา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี แม่ค้าขายส้มตำในพื้นที่ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต หลังจากถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินรวมเป็นจำนวนกว่า 240,000 บาท
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นางสาวอารยาเล่าว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะกำลังขายส้มตำอยู่ที่ร้าน ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ แจ้งว่ามีพัสดุตกค้างและมีสิ่งของผิดกฎหมาย จากนั้นได้โอนสายให้พูดคุยกับบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกล่าวหาว่านางสาวอารยามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีหากไม่โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี
การหลอกลวง
ด้วยความตกใจและกลัว นางสาวอารยาจึงหลงเชื่อและทำตามคำแนะนำ โดยได้โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มและแอปพลิเคชันธนาคารหลายครั้ง รวมมูลค่ากว่า 240,000 บาท ซึ่งเป็นเงินเก็บและเงินทุนหมุนเวียนในการทำมาหากิน หลังจากโอนเงินแล้ว จึงเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงรีบมาแจ้งความ
ผลกระทบ
นางสาวอารยากล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า เงินที่สูญเสียไปเป็นเงินที่หามาด้วยความยากลำบากจากการขายส้มตำทุกวัน ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่โทรศัพท์มาข่มขู่ เพราะทุกวันนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์มีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย
การดำเนินการของตำรวจ
พนักงานสอบสวนรับแจ้งความและจะประสานกับธนาคารเพื่ออายัดบัญชีผู้รับโอนเงิน พร้อมทั้งเร่งสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝากเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อคำข่มขู่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หากได้รับโทรศัพท์อ้างเป็นหน่วยงานราชการให้วางสายทันทีและโทรสอบถามหน่วยงานนั้นโดยตรง



